วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

"ตาปี"ทะลักสุราษฎร์





















"ตาปี"ทะลักสุราษฎร์ นครหนัก ตัดขาด"นบพิตำ"

ซัดสะพาน-ถนนพินาศ นับพันติดบนเขา4วัน "กระบี่"เร่งหาคนหาย เผยเหยื่อน้ำใต้ดับ20

อ่างแตก - สภาพหมู่บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ราบเป็นหน้ากลองหลังอ่างเก็บน้ำแตกจากแรงน้ำท่วม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

น้ำตาปี-พุมดวง-สินปุน ไหลทะลักกวาด 8 อำเภอในสุราษฎร์ฯ บ้านเรือนนับหมื่นหลังจม สะพาน-ถนนขาด ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ในหลวง-พระราชินี พระราชทานสิ่งของหลายจังหวัด ชุมพรรับคนขึ้นจากเกาะเต่าอีก 400 คน นบพิตำพบแล้วศพสาวที่ถูกน้ำพัดถล่ม มีชาวบ้านติดอยู่บนเขาอีกหลายร้อยคนยังช่วยไม่ได้ ท่าศาลาดินถล่มชาวบ้านบนเขาติดอยู่นับร้อย ทุ่งสงน้ำหลากพัดโลงศพลอย ญาติตะลึงไล่คว้ากันวุ่นก่อนนำมาตั้งสวดบนถนน กรมชลฯอ้างอ่างถูกดินทับ ไม่ยอมรับอ่างแตกทำชาวบ้านเดือดร้อนนับพัน เรือจักรีฯ-เรือหลวงสุโขทัย-ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งแล้ว ทางหลวงชนบท ระบุถนนเสียหาย 139 สาย รถไฟสายใต้หยุดเดินรถ เพราะรางขาดที่สุราษฎร์ฯ-นครศรีฯ ปภ.สรุปเบื้องต้นเสียหาย 8 จังหวัด กว่า 300 ล้านบาท ถนนขาด 21 สาย สธ.สุรปยอดคนตายล่าสุด 20 ศพ นครศรีธรรมราช 11 สุราษฎร์ธานี 4 กระบี่ 4 และพัทลุง 1 นายกฯรีบรุดลงใต้ดูอ่างแตกที่กระบี่ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเหยื่อดินถล่มที่เสียชีวิตรายละ 5 หมื่น นบพิตำนับพันยังติดอยู่บนเขา น้ำป่าทะลักถนน-สะพานขาดเข้าออกไม่ได้หลายวันแล้ว

ในหลวงพระราชทานสิ่งของ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และนายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิ พร้อมคณะนำถุงยังชีพพระราชทาน และเครื่องอุปโภค-บริโภค มามอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 1,000 ครอบครัว ที่วัดแจ้ง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งในพื้นที่ จ.ตรัง มีผู้ประสบอุทกภัยครบ 10 อำเภอ 68 ตำบล 5 เทศบาล 499 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน 28,435 ครัวเรือน 51,865 คน

ชุมพรรับคนเกาะเต่าขึ้นฝั่ง

เวลา 10.00 น. ที่ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลา อ.เมือง จ.ชุมพร เรือเร็วของบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด นำเรือลมพระยาออกไปรับนักท่องเที่ยว 400 คน ที่ติดค้างอยู่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เรือ 532 ของตำรวจน้ำชุมพร ไปรับชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะเสม็ดและนักท่องเที่ยว 48 คน ขึ้นมายังฝั่งที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร เนื่องจากอาหารบนเกาะขาดแคลน และไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามายังฝั่งได้ โดยเรือบนเกาะเสม็ดไม่ได้เดินทางมารับเพราะคลื่นลมแรงเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้นำอาหารส่วนหนึ่งไปส่งให้กับชาวประมง ที่ต้องนอนเฝ้าเรือที่จอดหลบลมมรสุมกว่า 50 ลำที่เกาะเสม็ดด้วย

นบพิตำพบแล้ว 1 ศพ

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรม ราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดที่ อ.นบพิตำ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาถึง 2 วันแล้ว เนื่องจากสะพานที่บ้านโรงเหล็กถูกตัดขาด ระดับน้ำท่วมสูงและเชี่ยวกราก และด้านในมีดินถล่มลงมาหลายจุด มีประชาชนนับพันคนติดอยู่ตามชุมชนซึ่งอยู่บนภูเขาสูง ไม่สามารถติดต่อสื่อสารเนื่องจากระบบโทรศัพท์ถูกตัดขาด ไฟฟ้าดับ

เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.เชิดชาย โมสิกะ ผกก.สภ.นบพิตำ รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตที่หมู่ 7 ต.นบพิตำ คือ นางสมใจ รัตนแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/8 หมู่ 2 ต.นบพิตำ ซึ่งหายไปตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากพัดกระหน่ำหมู่บ้านก่อนจะมาพบศพอีกหมู่บ้านหนึ่ง

ท่าศาลาชาวบ้านติดนับร้อย

พ.ต.อ.เชิดชายกล่าวว่า ยังไม่รู้ชะตากรรมของชาวบ้านอีกนับพันคนที่ติดอยู่ในชุมชนบนภูเขาต่างๆ เพราะไม่สามารถติดต่อสื่อสารและเดินทางเข้าช่วยเหลือได้ ล่าสุดทีมแพทย์อาสานำโดยน.พ.รังสิต ทองสมัคร นำเสบียงและชาวบ้านที่ชำนาญการเดินป่าฝ่าน้ำเข้าไป เพื่อส่งเสบียงช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่ และที่หมู่ 9 บ้านตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา เกิดดินถล่มลงมาทับพื้นที่ด้านล่างกว้างกว่า 2 ไร่ และมีชาวบ้านติดอยู่ด้านบนออกมาไม่ได้กว่า 100 คน ล่าสุดมีการขอความช่วยเหลือแล้วแต่ยังไม่สามารถช่วยได้

ช่วย 2 แม่เฒ่าอดอาหาร

เวลา 10.30 น. พล.ต.อัยรัตน์ ชูถนอม เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยคณะ มอบ ถุงยังชีพให้กับชาวบ้านเนินธัมมัง ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง หมู่ 5 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ โดยมีชาวบ้านมารับมอบถุงยังชีพจำนวนมาก จากนั้นลงเรือทหารออกไปแจกถุงยังชีพแก่ชาวบ้านที่ติดอยู่ด้านใน ไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร รวมถึงที่วัดเนินธัมมังซึ่งมีพระภิกษุหลายรูป และที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.แม่เจ้าอยู่หัว นางเฟื่อง มีสวน อายุ 106 ปี อาศัยอยู่กับลูกสาว อายุ 80 ปี เพียง 2 คนเท่านั้น และอดอาหารมาสองวันแล้วเนื่องจากไม่สามารถออกไปด้านนอกได้

ตชด.เข้าพื้นที่เขาพนม
พ.ต.อ.สิงหนาท สีกาแก้ว ผกก.ตชด.42 เป็น ประธานปล่อยขบวนยานพาหนะและกำลังพล 5 ชุดปฏิบัติการ 50 นาย พร้อมกับชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของตำรวจพลร่มหัวหิน 1 ชุด พร้อมสุนัขสงคราม 2 ตัว ส่งเข้าไปในพื้นที่บ้านต้นไทร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ที่เกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน เพื่อช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นยังส่งตชด.เข้าไปในพื้นที่รับผิดชอบในหลายพื้นที่ภาคใต้ นายสมโชค ใจดี รองนายก อบต.ถ้ำใหญ่ นำถุงยังชีพ 5,000 ชุด ไปแจกจ่ายที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

น้ำหลากโลงศพลอยวุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากน้ำป่าและฝนที่ตกยาวนานท่วมเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อย่างหนัก น้ำได้ไหลหลากเข้าไปท่วมในพื้นที่ ต.กะปาง, ต.ที่วัง และ ต.เขาโร เป็นพื้นที่กว้างระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาดหลายสายสะพานขาด ขณะที่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง กำลังมีการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพนายณรงค์ มะลิคุณ อายุ 37 ปี ซึ่งป่วยเสียชีวิต โดยมีการตั้งเต็นท์จัดเลี้ยงอาหารให้แขกอยู่นั้น ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาน้ำได้หลากเข้าท่วมพื้นบ้านและที่จัดงานศพอย่างรวดเร็ว ทำให้โลงศพที่บรรจุร่างของนายณรงค์ลอยไปตามน้ำ สร้างความตกใจให้กับบรรดาญาติๆ ที่อยู่ในงานศพเป็นอย่างมาก ต่างพากันวิ่งและเดินฝ่ากระแสน้ำไล่ตามโลงศพกันอย่างทุลักทุเล ก่อนจะย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลบนถนนในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่สูงและกำหนดฌาปนกิจศพในวันเดียวกันนี้

"เทือก"ลงตรวจน้ำท่วมใต้
วันเดียวกัน เวลา 08.25 น.ที่กองการบินขส.ทบ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ยังอยู่ในระดับที่รัฐบาลรับมือได้ ไม่มีปัญหาหรือเป็นอุปสรรค ส่วนราชการในท้องถิ่นมีความพร้อมดูแลช่วยเหลือ ส่วนที่เป็นปัญหาคือการค้นหาผู้เสียชีวิตจากโคลนถล่มที่ ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ มีผู้สูญหาย 10 คน อาจจะไม่ได้ถูกโคลนทับทั้งหมด จึงต้องพยายามค้นหา และข่าวที่น่ายินดีคือเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ทบ.ระบุปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากบ้านเรือนบางส่วนขวางทางน้ำ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องคุยกันและประชาชนต้องเข้าใจว่า การปลูกบ้านที่เลือกตามความชอบใจบางครั้งจำเป็นต้องขยับขยาย เพราะมีตัวอย่างเห็นชัดที่ อ.เขาพนม ที่บ้านถูกน้ำพัดหายทั้งหลัง 8 หลัง ส่วนที่หมู่ 7 ต.หน้าเขา 18 หลังคาถูกโคลนทับ 16 หลังคาเรือน เราต้องปรึกษากับท้องถิ่น ประชาชน ถ้าพูดคุยและวางแนวทางกำหนดจุดสร้างที่อยู่อาศัยให้เกิดความปลอดภัย จะไม่เกิดเหตุซ้ำ เมื่อตกลงกันได้จะให้รัฐบาลช่วยสนับ สนุนหรือกองทัพเข้าไปช่วยเหลือก็ทำได้

ทร.เร่งช่วยคนติดเกาะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และคณะ เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษของกองทัพเรือไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งก่อนที่เครื่องบินของคณะนายสุเทพจะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ต้องบินวนถึงหนึ่งรอบ และเปลี่ยนไปลงในรันเวย์ที่สามารถใช้การได้ เพราะทางหอบังคับการแจ้งให้เปลี่ยนรันเวย์ เนื่องจากยังมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา โดยเครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย


ไฟเขียวครอบครัวละ 5 พัน

จากนั้นเวลา 10.00 น.นายสุเทพพร้อมคณะเดินทางแจกถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ศาลาประชาคม อ.ไชยา โดยกล่าวกับประชาชนว่า นายกฯ เป็นห่วงประชาชนมาก อยากมาเยี่ยมพี่น้องที่ อ.ไชยา แต่ตนอาสามาเองเพราะเป็นเขตเลือกตั้งของตน โดยให้ทหารเตรียมถุงยังชีพหมื่นถุงมามอบให้พี่น้องที่เดือดร้อน ขณะเดียวกัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำลังประชุมคชอ. เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 4 เม.ย. เพื่อขอ 2 เรื่อง คือ ให้ช่วยคนที่ถูกน้ำท่วมเกิน 7 วัน โดยรัฐบาลจะช่วยครอบครัวละ 5 พันบาท นอกจากนั้นหากสวนไร่นาเสียหายก็ช่วยฟื้นฟูใหม่ โดยกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ แล้วให้ดูแลอย่าให้มีการฉ้อโกง และช่วยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงรวดเร็ว

ขอให้อพยพอย่าห่วงข้าวของ
จากนั้นนายสุเทพและคณะเดินทางไปยังบ้านปากหมาก อ.ไชยา เพื่อเยี่ยมชาวบ้านที่ศูนย์อพยพพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ที่ทางอำเภออพยพมาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.ปากหมาก โดยนายสุเทพกล่าวกับชาวบ้านว่า ที่ จ.กระบี่ เกิดโคลนถล่มลงมาใส่หมู่บ้าน ซึ่งประชาชนบางส่วนเกิดความเสียหาย เพราะมัวห่วงข้าวของ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ชักชวนให้อพยพแต่ไม่ยอมออกมา จนถูกดินโคลนถล่มสูญหายหลายคน ฉะนั้นหากทางราชการขอให้ช่วยกันอพยพมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก็ขอให้ปฏิบัติตาม ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องเผชิญด้วยความอดทน บ้านเรือนที่เสียหายรัฐบาลจะเข้ามาชดเชยให้

ผญบ.น้ำพัดยังไม่พบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านปากหมาก ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ติดเชิงเขา สุ่มเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มทางอำเภอจึงอพยพประชาชนมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา นายชำนาญ ไมอินทร์ อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ถูกน้ำพัดสูญหายไป ขณะออกไปช่วยชาวบ้านทำสะพานท่ามกลางสายฝน จนขณะนี้ยังไม่พบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายคณะของนายสุเทพเดินทางไปยังวัดศรีสุวรรณ ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ และโรงเรียนกาญจนดิษฐ์ ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ผู้ประสบภัย โดยในบางช่วงขบวนรถของนาย สุเทพจะต้องขับรถลุยน้ำที่ท่วมสูงเป็นระยะด้วยท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง
(1)ตัดขาด - ภาพถ่ายทางอากาศสะพานเชื่อมทางเข้า อ.นบพิตำ จ.นครศรี ธรรมราช ถูกน้ำป่าซัดทำลายจนขาดสะบั้นนับ 10 เมตร ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 4 เมื่อวันที่ 31 มี.ค.



(2)ทุลักทุเล - เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกโรยตัวส่งเสบียงให้ชาวบ้านในเขต อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช หลังสะพานเชื่อมทางเข้าอำเภอถูกน้ำป่าซัดขาดจากโลกภายนอกมานานหลายวัน เมื่อวันที่ 31 มี.ค.



(3)ขวจมบาดาล - น้ำจากแม่น้ำตาปีไหลบ่าเข้าท่วมเขตชุมชนใน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี สูงเกือบ 1 เมตร ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยทั่วภาคใต้มาก 20 ศพแล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.




อพยพ 3 หมู่บ้านหนีดินถล่ม
เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิท เยนทร์ มุตตามระ รอง ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง เนื่องจากปริมาณฝนเริ่มน้อยลง คาดว่าปริมาณฝนจะลดลงหลังวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป และจะหยุดตกสนิทหลังวันที่ 3 เม.ย.นี้ โดยกรมชลประทานรายงานว่า ขณะนี้ระดับน้ำล้นตลิ่งยังอยู่ในพื้นที่เดิมคือ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนั้นยังมี อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง อ.เมือง จ.สตูล และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส คาดว่าจะมีระดับน้ำล้นตลิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ มีพื้นที่เตือนภัยดินถล่มให้เตรียมพร้อมอพยพ 3 แห่ง คือบ้านพลุสมภาร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บ้านวังลุง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และบ้านสระบัว อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

ยอดตายภาคใต้ 13 ราย
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 13 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย ยังไม่รวมที่ จ.กระบี่ เพราะต้องรอการยืนยันตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนผู้สูญหายมี 7 ราย สำหรับผู้เสียหายคาดว่าจะมีประมาณ 2.5 แสนครัวเรือน ไม่เกิน 3 แสนครัวเรือน โดยวันที่ 1 เม.ย. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะประ ชุมเพื่อประเมินกรอบวงเงินที่จะช่วยหลือเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท พร้อมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ก่อนจะเสนอ ครม.เห็นชอบวันที่ 4 เม.ย.

นายวิทเยนทร์กล่าวว่า นายสาทิตย์ได้ประ สานให้นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ ที่ติดตามเกาะต่างๆ และที่อพยพออกมาถึงฝั่งแล้ว ซึ่งสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนของททท. 1672 และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 0-2356-0650 ด้านกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้ออกให้บริการกว่า 7,000 คน ส่วนใหญ่พบเป็นโรคน้ำกัดเท้า ไข้หวัด ทางเดินหายใจ และสุขภาพจิต


สั่ง ฮ.พร้อมสนับสนุนร.พ.
เวลา 15.45 น. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพเข้าตรวจเยี่ยมร.พ.กาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อสอบถามความยากลำบากในการทำงาน และให้กำลังใจแพทย์พยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ และเยี่ยมผู้ป่วยที่พักฟื้นอยู่ภายในร.พ. ทั้งนี้ สภาพการสัญจรเข้าออกร.พ.เป็นไปด้วยความยาก ลำบาก เพราะถนนด้านหน้าร.พ.มีน้ำท่วมขังนานกว่า 3 วัน ระยะทางยาวกว่า 3 ก.ม. น.พ.เอกชัย มุกดาพิทักษ์ ผอ.ร.พ.กาญจนดิษฐ์ กล่าวว่า หากมีผู้ป่วยฉุกเฉินทางร.พ.มีเฮลิคอปเตอร์จาก ร.พ.กรุงเทพฯ ในการขนย้ายผู้ป่วย ซึ่งล่าสุดขนย้ายผู้ป่วย 2-3 ราย จากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ฯ และเขาพนม จ.กระบี่ เข้ามารักษา สำหรับการเดินทางเข้าออกของผู้ป่วยปกติและเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล ทางสำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 ได้จัดส่งรถผู้ต้องขังมาช่วยในการรับส่ง 1 คัน เนื่องจากการเดินทางค่อนข้างลำบาก อย่างไร ก็ตามนายสุเทพได้สั่งการผบช.ภ.8 ให้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้สำรองใช้ในกรณีฉุกเฉินหากทางแพทย์ขอให้อำนวยความสะดวก


ทบ.ระดมทหารช่วยกระบี่
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วยพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ลงพื้นที่ จ.กระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียงที่ประสบปัญหาอุทกภัยเพื่อตรวจเยี่ยมและนำสิ่งของไปบรรเทาทุกข์

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จะดูแลเรื่องการบริหารจัดการของกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งจัดศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามี 8 จังหวัด 10 อำเภอ ประชาชนหลายแสนคนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ กองทัพได้เตรียมถุงยังชีพ คาดว่าจะถึงประชาชนช่วงสายวันที่ 31 มี.ค.นี้ นอกจากนี้เราได้รวบรวมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือทางการช่าง อากาศยาน รวมทั้งหน่วยแพทย์ลงไปในพื้นที่ เพราะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ จ.กระบี่ ร้องขอมา ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์จากร.พ.พระมงกุฎเกล้า จะเข้าพื้นที่ 5-10 วัน และหากว่าจำเป็นต้องอยู่นานกว่านั้นต้องมีการสับเปลี่ยนกันจนกว่าจะจบภารกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนสั่งการไปยังพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อดูแลการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน 1) ว่าเพียงพอหรือไม่ พร้อมสั่งให้นำเครื่องมือการช่างเข้าไป เหตุการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างมีความรุนแรง ระดับน้ำสูงและไหลเชี่ยว ซึ่งไหลลงมาจากภูเขาด้วย ต้องหาทางแก้ปัญหาในอนาคตว่าจะทำอย่างไร โดยเฉพาะบ้านของประชาชนที่อยู่บริเวณปากทางน้ำ หรือการปลูกต้นไม้ต่างๆ บนภูเขา


ในหลวง-พระราชินีทรงห่วง

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วง ประชาชนและพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งพระองค์ท่านพระ ราชทานเงินผ่านสภากาชาดไทย พระองค์ท่านส่งความห่วงใยไปถึงประชาชนทุกคนที่ยากลำบาก ส่วนพระราชวงศ์ทุกพระองค์ก็ทรงเป็นห่วง เพราะเหตุอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงกว่าที่แล้ว เป็นความเดือดร้อนในระยะยาว และที่พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงคือ อาชีพของประชาชนที่ทำสวนยางพาราและสวนปาล์ม ซึ่งอาจเสียหายมาก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคตด้วย จึงอยากให้ทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและฝากให้ทุกคนช่วยส่งกำลังใจรวมทั้งส่งเงินทอง ใครที่มีแรงมากก็ส่งมากหน่อย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่าได้สั่งการให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้รวบรวมเอาไว้เพื่อเตรียมความพร้อมไปไหนก็ได้ ซึ่งมีทั้งเรือ รถ และบางส่วนอาจต้องเดินเท้าด้วย และตนได้สั่งการให้ชุดค้นหาลงพื้นที่เพิ่มเติมโดยมีชุดสุนัขทหาร 15 ตัว เข้าไปหาบุคคลสูญหาย และดูในเรื่องความสูญเสียต่างๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 30 มี.ค.รับรายงานว่า มีคนหายและยังค้นหาเจอ คาดว่าเราจะค้นได้เจอคนสูญหายได้มากขึ้น


กรมชลฯอ้างอ่างถูกดินทับ
วันเดียวกัน กรมชลประทานชี้แจงว่า ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำ หรือฝายเก็บน้ำ อ.เขา พนม จ.กระบี่ แตก เป็นฝายคลองบางสร้าน หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม สร้างเมื่อปี 2540 เป็นฝายคอนกรีตขนาดเล็ก สูง 2 เมตร ยาว 18 เมตร ใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค จากปริมาณฝนที่ตกเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดดินถล่มลงมาทับพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ทำให้ฝายดังกล่าวถูกดินทับไปด้วย

นักท่องเที่ยวถึงสัตหีบ
วันเดียวกัน เวลา 07.00 น. พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.กองทัพเรือ ภาคที่ 1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ ทหารเรือ ทหารฐานทัพเรือสัตหีบ มารอรับและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือหลวงจักรีนฤเบศร เบื้องต้นนำนักท่องเที่ยวต่างชาติ 23 คน เดินทางไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จองเที่ยวบินเวลา 10.00 น. และนำนักท่องเที่ยว 40 คนไปส่ง จ.ชุมพร ส่วนที่เหลือทยอยขึ้นรถไปส่งยังกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา

ซึ่งช่วงเย็นวันนี้เรือหลวงสุโขทัยจะนำนักท่องเที่ยวที่ติดค้างที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 100 คน มาขึ้นท่าเทียบเรือจุกเสม็ด สัตหีบ ในช่วงเย็น ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เรือหลวงแกลง เรือ ต.91 เดินทางมุ่งหน้าไปเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ ธานี เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่อีกประมาณ 500 คนนำขึ้นที่ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด

ตร.ส่งกำลังช่วยทุกพื้นที่
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยมีตัวแทนจาก บช.ภาค 8-9 และบช.ศชต. เป็นผู้ชี้แจง

พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า หลังจากเกิดน้ำท่วมภาคใต้ได้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่เข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นจัดกำลังตำรวจเข้าไป ทั้งบช.ภ.8-9 จัดส่งกำลัง 1,203 นาย รถบรรทุก 20 คัน เรือ 12 ลำ ส่วนบช.ตชด. ส่งกำลัง 751 นาย เรือ 15 ลำ รถบรรทุก 10 คัน บช.ก.ส่งกำลัง 300 นาย เรือ 64 ลำ บก.ทล.อำนวยความสะดวกผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมทั้งจัดทำป้ายเตือนตลอดเส้นทางน้ำท่วมและจัดหาทางเส้นเลี่ยง เนื่องจากทางหลักถูกน้ำท่วม และกองบินตำรวจส่งเฮลิคอปเตอร์ 8 ลำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้

พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวอีกว่า พร้อมกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยในภาคใต้ดูแลทรัพย์สินของประชาชน ที่ต้องอพยพออกจากที่พัก รวมไปถึงดูแลรถยนต์ของประชาชนที่นำมาจอดหนีน้ำท่วมบริเวณริมถนน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยเตรียมทำแผนเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยหลังน้ำลด ในส่วนของตำรวจให้ทุกหน่วยสำรวจความเสียหายที่ได้รับผลกระทบ โดยให้พล.ต.อ.อดุลย์รับหน้าที่ตรวจสอบเยียวยา ซึ่งเบื้องต้นจะมอบเงินช่วยเหลือให้บช.ภ.8 จำนวน 3 แสนบาท และบช.ภ.9 จำนวน 2 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานีตำรวจที่ได้รับความเสียหายมี 8 แห่ง คือ จ.นครศรีธรรมราช มี สภ.ท่าศาลา สภ.ฉวาง สภ.ทุ่งใหญ่ และ จ.สุราษฎร์ธานี มี สภ.ท่าชนะ สภ.ท่าฉาง สภ.ดอนสัก สภ.บ่อผุด สภ.ไชยา


ถนนเสียหาย 139 สายทาง
นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทาง หลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า 12 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วมได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นราธิวาส นครศรีธรรมราช ปัตตานี พังงา พัทลุง ยะลา ระนอง สตูล สุราษฎร์ธานี กระบี่ มีทางที่อยู่ในความรับผิดชอบเสียหาย 139 สายทาง สัญจรได้ 81 สายทาง ไม่สามารถสัญจรได้ 58 สายทาง ความเสียหาย 1,100,695 ล้านบาท


บขส.ไปกระบี่ไม่ได้
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กก.ผจก.บขส. เปิดเผยว่า บขส.ยังให้บริการตามปกติในทุกเส้นทาง ยกเว้นสายกรุงเทพฯ-เขาพนม-กระบี่, กรุงเทพฯ-คลองท่อม-กระบี่ ซึ่งถนนขาด ส่วนในเส้นทางกรุงเทพฯ-อ่าวลึก-กระบี่ ยังเดินรถได้ตามปกติและเส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุย รถโดยสารไม่สามารถข้ามฟากไปยังเกาะสมุยได้ สามารถรับ-ส่งผู้โดยสารได้ที่ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานีเท่านั้น สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ- ระนอง ขณะนี้เดินรถได้แล้ว

ส่วนสถานีเดินรถนครศรีธรรมราชมีน้ำท่วมขัง 1.70 เมตร จึงย้ายมาให้บริการที่ ถ.กระโรม ทางเข้าสถานีเดินรถนครศรีธรรมราช สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช จะเลี่ยงไปใช้เส้นทาง อ.ทุ่งสง สอบถามข้อมูลได้ที่ 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง


ปิดเส้นทางรถไฟสายใต้
นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ รฟท. รายงานว่า รถไฟสายใต้ไม่สามารถเดินรถผ่าน จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จึงต้องหยุดการเดินรถ เนื่อง จากทางเสียหายหลายช่วง ได้แก่ ช่วงสถานีไชยา-ท่าฉาง ขณะนี้น้ำลดแล้ว สภาพทางเสียหายมาก ยังไม่เปิดทาง ช่วงสถานีท่าฉาง-คลองไทร ขณะนี้ระดับน้ำต่ำกว่าสันราง มีทางขาด 150 เมตร คอสะพานชำรุด

ย่านสถานีหลักช้าง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ระดับน้ำสูงเหนือสันราง 10 เมตร น้ำพัดพาหินสูญหาย 5 เมตร สายคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างที่หยุดรถเขาหลุง-บ้านยาง น้ำท่วมเหนือสันราง 40 ซ.ม. สายชุมทางทุ่งสง-กันตัง ระหว่างสถานีที่วัง-ห้วยยอด มีปริมาณน้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายจุด อาทิ บริเวณย่านสถานีที่วัง ระดับน้ำสูงเหนือสันราง 20-30 ซ.ม. เป็นหลุมเป็นแอ่งหลายจุด และหินถูกพัดสูญหายหลายจุดเช่นกัน ระยะทางกว่า 35 เมตร และ 80 เมตร สายชุมทางเขาชุมทอง-นครศรีธรรมราช ระหว่างสถานีโคกคราม-นครศรีธรรมราช น้ำท่วมเหนือสันราง 1.50 เมตร ระยะทางกว่า 2,500 เมตร

เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถ การรถไฟฯ จึงได้ประกาศงดการเดินรถไฟในเส้นทางสายใต้ ผู้โดยสารขอรับเงินค่าโดยสารคืนได้เต็มราคาที่นายสถานีรถไฟทุกแห่ง ไม่เกิน 15 วัน หรือสอบถามโทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง


8 จังหวัดสูญแล้วกว่า 300 ล.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด 81 อำเภอ 514 ตำบล 4,014 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน 239,160 ครัวเรือน 842,324 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 4 หลัง เสียหายบางส่วน 132 หลัง ถนนเสียหาย 1,593 สาย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย จ.พัทลุง 1 ราย จ.สุราษฎร์ธานี 3 ราย

แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วม 23 อำเภอ 161 ตำบล 1,366 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 96,714 ครัวเรือน 329,272 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 163,969 ไร่ เสียชีวิต 9 ราย เสียหายเบื้องต้น 300 ล้านบาท

จ.พัทลุง น้ำท่วม 11 อำเภอ 65 ตำบล 600 หมู่บ้าน 65 ชุมชน ราษฎรเดือดร้อน 44,508 ครัวเรือน 176,669 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 40,754 ไร่ เสียชีวิต 1 ราย จ.สุราษฎร์ธานี น้ำป่าไหลหลาก 17 อำเภอ 106 ตำบล 767 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 53,651 ครัวเรือน 199,709 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 157,992 ไร่ เสียชีวิต 3 ราย เสียหาย 6.8 ล้านบาท

จ.ตรัง น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 47 ตำบล 330 หมู่บ้าน 3 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 5,957 ครัวเรือน 17,889 คน จ.ชุมพร น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 1 เทศบาลเมือง 40 ตำบล 381 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 18,6841 ครัวเรือน 55,385 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 1,242 ไร่ เสียหาย 30.9 ล้านบาท จ.สงขลา น้ำป่าไหลหลาก 2 อำเภอ 14 ตำบล 73 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 9,375 ครัวเรือน 28,144 คน

จ.กระบี่ น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 37 ตำบล 209 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 3,260 ครัวเรือน 9,785 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 150 ไร่ และ จ.พังงา น้ำท่วม 7 อำเภอ 44 ตำบล 288 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 7,011 ครัวเรือน 26,506 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 35 ไร่


ถนนขาด 21 สาย
ส่วนถนนที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 21 สาย ดังนี้ จ.นครศรีธรรมราช เส้นทาง 4186 โรงเหล็ก-กรุงชิง อ.นบพิตำ น้ำท่วมสูง 70 ซ.ม. ที่ก.ม.1-2 เส้นทาง 4015 ลานสกา-ฉวาง อ.ช้างคลาง น้ำท่วมสูง 170 ซ.ม. ที่ก.ม.33-34 ให้ใช้สาย 4230 ตอนนาบอน-ทุ่งสง แทน, เส้นทาง 4151 ควนหนองหงส์-ตรัง ท้องที่ อ.ทุ่งสง ดินสไลด์ปิดทับผิวทาง ที่ก.ม.42-44 ใช้สาย 403 กะปาง-ทุ่งสง แทน

จ.ตรัง เส้นทาง 4 ตรัง-เขาพับผ้า อ.นาโยง น้ำท่วมสูง 65 ซ.ม. ที่ก.ม.1110-1115 ใช้สาย 419 ทาง เลี่ยงเมืองตรังแทน, เส้นทาง 4151 หนองบัว-รัษฎา อ.รัษฎา น้ำท่วมสูง 40-70 ซ.ม.เป็นแห่งๆ, เส้นทาง 4270 ห้วยยอด-พัทลุง อ.ห้วยยอด ดินสไลด์ปิดทับคันทาง ใช้ทางหลวงชนบทแทน, เส้นทาง 4258 บ้านซา-เดือยพร อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 40 ซ.ม. ให้ใช้สาย 4225 ตอนหนองนา-บ้านซา แทน, เส้นทาง 4269 คลองมวน-คลองโกง ท้องที่ อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 40 ซ.ม. ใช้ทางหลวงชนบทแทน

จ.สุราษฎร์ธานี เส้นทาง 4112 ท่าชนะ-ไชยา อ.ไชยา น้ำท่วมสูง 120 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ใช้สาย 4 ท่าชนะ-พุนพิน แทน, เส้นทางสมอทอง-ชายทะเล ท้องที่ อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. ใช้สายท่าชนะ-พุนพิน แทน เส้นทาง 4185 คชาธาร-วัดมูลเหล็ก อ.ไชยา น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ไม่มีสายทางทดแทน, เส้นทาง 4191 บ้านสงขลา-ไชยา อ.ไชยา คอสะพานขาดและน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ไม่มีสายทางทดแทน, เส้นทาง 4247 หนองไทร-ยวนสาว อ.คีรีรัฐนิคม น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ให้ใช้สาย 401 ตอนบ้านตาขุน-พุนพิน แทน

เส้นทาง 4251 ห้วยไผ่-น้ำดำ อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ที่ก.ม.9-10 ใช้เส้นทางสาย 4192 ตอนห้วยไผ่-น้ำดำ แทน, เส้นทาง 4259 ทุ่งตาเพชร-ห้วยสลิง อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 60 ซ.ม.ที่ก.ม.11-12 และคอสะพานชำรุด ใช้สาย 4265 บ้านชายทะเล-ท่าชนะ แทน, เส้นทาง 4142 บ้านเนียง-ดอนสัก ท้องที่ อ.ดอนสัก น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ใช้สายบ้านใน-นครศรีธรรม ราช แทน, เส้นทาง 4169 รอบเกาะสมุย ท้องที่ อ.เกาะสมุย น้ำท่วมสูง 120 ซ.ม. ใช้ทางเทศบาลแทน, เส้นทาง 4248 ท่าเรือใต้-เขาหัวควาย อ.บ้านนาเดิม คอสะพานขาด ใช้สายสุราษฎร์ ธานี-ตะกั่วป่า แทน, เส้นทางกระบี่-ควนสว่าง อ.ชัยบุรี น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม.ที่ก.ม.35-37 ใช้สายพังงา-โสภา แทน จ.กระบี่ เส้นทาง 4037 คลองเหนือ-เขาพนม อ.เขาพนม น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ใช้สายอ่าวลึก-สุราษฎร์ธานี แทน, เส้นทาง 4236 แพรก-อ่าวคง ที่ อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 80 ซ.ม. ใช้สายห้วยยอด-อ่าวคง แทน


สธ.สรุปเสียชีวิต 20 ราย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังมีน้ำท่วม 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พังงา ชุมพร และสงขลา มีสถานบริการสาธารณสุขถูกน้ำท่วม 77 แห่ง เป็นร.พ. ชุมชน 1 แห่ง คือ ร.พ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรม ราช ที่เหลืออีก 76 แห่ง เป็นร.พ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล ส่วนใหญ่น้ำท่วมชั้นล่าง ยังเปิดให้บริการได้ ยกเว้น 3 แห่งต้องปิดคือ ร.พ.สต.พ้อแดง อ.หลังสวน จ.ชุมพร น้ำท่วมสูง 2 เมตร และ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ร.พ.สต.ไทรทอง น้ำท่วมหลังคา ร.พ.สต.สองแพรก น้ำท่วมถึงชั้น 2 ส่วนร.พ.ท่าศาลา พบว่า น้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องกู้เครื่องปั่นไฟยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ขอให้ประชาชนใช้บริการที่ร.พ.ใกล้เคียง 3 แห่งคือ บ้านโรงเหล็ก อ.นบพิตำ บ้านดอนไคร ต.กราย และต้นเลียบ อ.ท่าศาลา

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้พบแล้ว 20 ราย คือ นครศรีธรรมราช 11 ราย สุราษฎร์ธานี 4 ราย กระบี่ 4 ราย และพัทลุง 1 ราย ส่วนสถานการณ์ที่ร.พ.เขาพนม มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้ป่วย 44 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 15 ราย เด็ก 12 ราย ขณะนี้ยังนอนรักษาที่ร.พ.เขาพนม 17 ราย ส่งรักษาต่อที่ร.พ.กระบี่ 2 ราย ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 130 คน สาหัส 10 คน

สำหรับบุคลากรร.พ.เขาพนมที่ไม่เพียงพอดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ได้มีทีมแพทย์-พยาบาลร.พ. วชิระภูเก็ต ส่งรถและอุปกรณ์การแพทย์ช่วยล่วงหน้าตั้งแต่วานนี้ และส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็ว

รวม 8 คน พร้อมสั่งการแพทย์จากร.พ. เหนือคลอง จ.กระบี่ 2 คน ออกไปช่วยที่ร.พ. เขา พนมด้วย คาดว่าจะเพียงพอในการดูแลสถานการณ์ที่อ.เขาพนม

นายกฯดูอ่างเขาพนมแตก

วันเดียวกัน เวลา 12.30 น. ที่ขส.ทบ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พร้อมด้วย นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล และนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางโดยเที่ยวบินพิเศษ ลงพื้นที่จ.กระบี่ เพื่อตรวจดูจุดดินถล่ม หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม และให้กำลังใจญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจเยี่ยมและแจกถุงยังชีพ ที่วัดถ้ำโกบ อ.เขาพนม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะของนายอภิสิทธิ์ มาถึงสนามบินกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าฯ กระบี่ บรรยายสรุปสถาน การณ์อุทกภัยของจังหวัด และรายงานยอดผู้เสียชีวิต 6 ราย จากเหตุโคลนถล่มที่เขาพนม รวมถึงกรณีผบ.ทบ.มอบเงินอุดหนุนซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายหลังละ 3 หมื่นบาท และขอเงินจากกาชาดช่วยหลังละ 2 หมื่น และของบประมาณปี 2555 จำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อทำแนวเขตป่าเขาพนม ป้องกันดินโคลนถล่ม


มอบเงินช่วยเหยื่อดินถล่ม
นายกฯ กำชับผู้ว่าฯ ให้เตือนภัยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงให้ประชาชนรับทราบ และให้รีบอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน เพราะประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เคยประสบภัยจะนึกสถานการณ์ไม่ออก และธรรมชาติจะไม่ยอมออกจากพื้นที่เพราะเป็นห่วงบ้าน ดังนั้นต้องเตือนให้คำนึงถึงความปลอดภัยก่อนอื่น

จากนั้น คณะนายกฯ ออกเดินทางไปยัง ต.หน้าเขา อ.เขาพนม และเดินสำรวจพื้นที่ที่ยังเต็มไปด้วยโคลนและซากต้นไม้ จากนั้นเดินทางไปที่วัดถ้ำโกบ หมู่ 2 ที่เป็นศูนย์อพยพเพื่อเยี่ยมประชาชน และมอบเงินให้กับญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท


น้ำท่วมซ้ำรพ.มหาราชนครศรีฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 03.00 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนหน้า ร.พ.มหาราช นครศรีธรรมราช สูง 30-50 ซ.ม. รถไฟผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องนำกระสอบทรายมากั้นประตูเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปในบริเวณโรงพยาบาล โดยมีนายณัฐวุฒิ ภารพบ รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรม ราช เดินทางมาสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทา สาธารณภัยเทศบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เร่งนำกระสอบทรายมาปิดที่หน้าโรงพยาบาลเพิ่มอีก เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะทะลักเข้าไปภายในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามรอบโรงพยาบาลมีน้ำท่วมสูง 50-70 ซ.ม. น้ำทะลักเข้าไปท่วมบ้านเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งในเขตเทศบาลนครนครศรี ธรรมราชที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 3-4 วันที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำในตรอกซอกซอยต่างๆ ของเขตเทศบาลนั้นอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะถ.พัฒนา การคูขวาง ตั้งแต่สี่แยกคูขวางไปจนถึงสามแยกนาหลวงระยะกว่า 6 ก.ม. มีน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้

ระลอก 2 ขึ้นจากเกาะเต่า
วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.กองทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่รับนักท่องเที่ยวชุดที่สอง ซึ่งเรือหลวงสุโขทัยไปรับจากเกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 125 คน ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยจัดรถโดยสารปรับอากาศ และรถขสมก.มารอรับ นำไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ และเมืองพัทยา

ส่วนเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย เรือหลวง แกลง และเรือตรวจการณ์ 91 เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ยังติดค้างบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี อีกประมาณ 400-500 คน และจะกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือจุกเสม็ด ในวันที่ 1 เม.ย.


ไปตัดปาล์มจมน้ำดับ
วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ร.ต.อ.ฉัตรชัย นวลจริง ร้อยเวรสภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต ที่หมู่ 15 ต.นาพญา ไปตรวจสอบพบน้ำท่วมสูง 80 ซ.ม. ใต้ต้นปาล์มพบศพนายจรัญ ขนุนอ่อน อายุ 38 ปี สภาพศพขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว จึงนำศพไปชันสูตรที่ร.พ.หลังสวน แพทย์ลงความเห็นว่าจมน้ำตาย สอบสวนทราบว่า นายจรัญบอกกับเจ้าของสวนปาล์มว่าจะออกไปตัดปาล์มเมื่อ 3-4 วันก่อนแล้วหายไป คาดว่าระหว่างนั้นเกิดน้ำหลากทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว


วอนช่วย 17 ชาวประมง
เวลา 14.30 น. กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหลายสิบคน ในพื้นที่หมู่ 9 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร เข้าร้องเรียนต่อทางราชการว่า มีชาวประมงพื้นบ้านในต.สวนแตง 20 คน ออกทะเลวางลอบดักหมึก บริเวณทะเลหน้าอ่าวละแม ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. แล้วไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ ขณะนี้ไม่มีอาหารกินมานานถึง 5 วันแล้ว อีกทั้งไม่มีเสื้อผ้าใส่ ต้องนอนตากลมตากฝนอยู่บนเกาะอ่างทองกลางทะเล ห่างจากฝั่งร่วม 50 ก.ม. ติดต่อกันได้เฉพาะตอนที่ชาวประมง ดังกล่าวโทร.เข้ามาขอความช่วยเหลือเท่านั้น อีกทั้งยังมีชาวประมงที่อายุยังน้อยได้รับบาดเจ็บ และเริ่มมีอาการป่วยบ้างแล้ว จึงขอความช่วยเหลือด้วย


น้ำพัดติดยอดปาล์มสูญ 1
ร.ต.ท.วิทยา จงไกรจักร ร้อยเวรสภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีคนถูกน้ำป่าพัดจมหายไป 4 คน ที่หมู่ 10 ต.สิชล อ.สิชล ให้ช่วยออกติดตามด้วย จึงระดมกำลังและชาวบ้านส่วนหนึ่ง ไปยังที่เกิดเหตุบนถนนสายสิชล-สุราษฎร์ ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกรากรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่กำลังออกค้นหาอยู่นั้นได้ยินเสียงร้องให้ช่วยออกมาจากสวนปาล์ม จึงนำเรือออกไปดูพบ 3 คนแม่ลูกคือ นางเปลี่ยว คงนาคา อายุ 40 ปี และลูกชาย 2 คน อายุ 8 ขวบ และ 12 ปี ติดอยู่บนยอดปาล์มจึงช่วยนำขึ้นเรือออกมายังที่ปลอดภัย

จากการสอบถามนางเปลี่ยวทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวขับรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ ทะเบียน ปท-7129 จันทบุรี มาจาก จ.จันทบุรี โดยมีนายวรรณยุต มานะจิต อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 14 ต.คลองนาราย อ.เมือง จ.จันทบุรี สามี เป็นผู้ขับ จะไปทำบุญบิดาของนายวรรณยุตที่บ้าน ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อขับรถมาถึงหน้าบริษัทโตโยต้านครศรีธรรมราช สาขาสิชล มีรถจอดอยู่หลายสิบคัน เนื่อง จากน้ำท่วมถนนสูงและน้ำเชี่ยวกราก แต่นายวรรณยุตเห็นรถสิบล้อขับออกไป จึงตัดสินใจขับตามไปด้วย เมื่อมาได้สักพักเครื่องยนต์ดับ จึงปีนออกมานอกหน้าต่างและเดินกลับมายังฝั่งที่ไม่มีน้ำขณะนั้นน้ำได้กระชากคนทั้ง 4 จมตกลงไปในน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ซึ่งตนและลูกสามารถขึ้นมาอยู่บนต้นปาล์มได้ ส่วนสามีหายไปและยังไม่พบตัว


สาวท้องนบพิตำดับ 1
เวลา 17.00 น. พล.ต.เดชา กิ่งวงศา รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายพรชัย กังสนันท์ ปลัดจังหวัดนครศรีฯ พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปยัง อ.นบพิตำ พร้อมลำเลียงเสบียงอาหารเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น และมีการขนย้ายเด็กและคนเจ็บและศพของนางสมใจ รัตนแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/8 หมู่ 2 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ ออกมาจากพื้นที่ โดยวันที่ 1 เม.ย. จะมีการนำเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ มาขนย้ายคนใน อ.นบพิตำ โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้า ซึ่งวันนี้ได้เข้าไปประสานกับชาวบ้านให้มารวมกันในจุดที่กำหนดไว้ 5 จุด และจะมีการเข้าไปลำเลียงออกมา นอกจากนี้มีผู้หญิงท้องแก่จมน้ำเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายด้วย


ตชด.รุดช่วย 3 หมู่บ้านนครศรีฯ
เวลา 17.00 น. ร.ต.ท.ขวัญชัย มายะเฉียว ผบ.มว.กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นำเจ้าหน้าที่ตชด.เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ที่ถูกโคลนถล่มจากภูเขา หมู่ 13 และหมู่ 15 ต.เทพราช และหมู่ 10 ต.ฉลอง อ.สิชล ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 หมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องติดอยู่ในพื้นที่อยู่เป็นเวลานาน กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ และอพยพออกจากหมู่บ้านซึ่งอยู่ในเชิงเขา เบื้องต้นกำลังตชด.มอบถุงยังชีพเป็นการเบื้องต้น และอพยพชาวบ้านกว่า 400 คน ไปอาศัยที่หมู่ 8 ต.เสาเภา อ.สิชล เนื่องจากบริเวณที่ดินโคลนถล่ม ไฟฟ้าถูกตัดมา 2-3 วันแล้ว ไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ กระทั่งมาเกิดดินโคลนถล่มดังกล่าว


ควายทะเลน้อยตายกว่าร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุงว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน และสัตว์เลี้ยงเริ่มขาดอาหารและหญ้า เนื่องจากแปลงหญ้าจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานและเน่าเสีย ล่าสุดควายของเกษตรกรทะเลน้อย อ.ควนขนุน ตายลงจำนวนมาก

นายพัน จงบุรี ชาวบ้านบ้านทะเลน้อย ต.พะนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กล่าวว่า ตนเลี้ยงควายปล่อยให้ดำน้ำหากินในทะเลสาบมานานแล้ว และเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมสูงในพื้นที่พัทลุง และมีลมแรงน้ำทะเลหนุน ทำให้ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงปล่อยไว้ในทะเล 2,000 ตัว ไม่มีที่หลบภัยและไม่สามารถดำน้ำกินหญ้าได้ ทำให้หมดแรงถูกกระแสน้ำพัดพาลอยตายหลายตัว ล่าสุดพบว่าเหลืออยู่ 100 ตัวเท่านั้น และขณะนี้ได้ต้อนฝูงควายไปอยู่บนถนน และไปดำน้ำตัดหญ้าใต้น้ำนำมาเลี้ยงควายวันละ 2 ลำเรือ

ส่วนกรณีด.ช.กิตติยศ เกาะทองคำ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 5 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถูกกระแสน้ำพัดหายลงไปในลำคลอง ทางหน่วยกู้ภัยพัทลุงการกุศลมูลนิธิ ได้งมหาศพขึ้นมาได้แล้ว โดยลอยน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร


กระบี่ยืนยันตาย 5 หาย 5
นายวิสุทธิวงศ์ อนันตพงศ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าทีมชุดค้นหาผู้สูญหายกรณีน้ำและดินโคลนถล่มเขาพนม เปิดเผยว่า หลังจากระดมเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ ซึ่งเต็มไปด้วยดินโคลนและเศษซากไม้ที่ปรักหักพักทับถมจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เบื้องต้นหยุดค้นหาเวลา 16.00 น. เนื่อง จากในพื้นที่ไม่มีไฟส่องสว่าง มีตัวเลขยืนยัน ชัดเจนอีก 5 รายที่เหลือในวันที่ 1 เม.ย. ต่อไป

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ยืนยันแล้ว 5 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย แต่ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยทำให้ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ไม่ประสงค์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยได้ขอกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวที่ศูนย์อพยพทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ อ.เขาพนม เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่าเมื่อได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว


นบพิตำ 9 พันคนติดบนเขา
นายสุรเชษ แก้วมี รองนายกอบต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า อ.นบ พิตำเดือดร้อนอย่างหนักมี 13 หมู่บ้าน ไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้นาน 4 วันแล้ว เนื่องจากสะพานขาด มีชาวบ้าน 9,000 คน เดือดร้อน โดยเฉพาะต.กรุงชิงหมู่ 1-11 และ ต.นบพิตำ หมู่ 2,7 เดือดร้อนไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ทางเดียวเท่านั้น วันนี้ท้องฟ้าเปิด เฮลิคอปเตอร์ของทหารนำอาหารแห้งมาแจกให้กับประชาชนที่เดือดร้อน และช่วยนำผู้ป่วยหลายคนรวมทั้งผู้หญิงท้องแก่ไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ในต.นบพิตำ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นแม่และลูกสาว ถูกน้ำพัดหายไปศพแม่พบแล้วแต่ลูกสาวยังไม่เจอ

ด้านนายนิกร พ่วนอุ้ย อายุ 39 ปี กล่าวว่า ภรรยาชื่อน.ส.ชลธิรา ทองเกิด อายุ 23 ปี ท้องแก่ถึงกำหนดคลอด แต่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ เนื่องจากถนนถูกน้ำกัดคอสะพานขาด มาเป็นเวลา 4 วันแล้ว ไฟฟ้าก็ดับ วันนี้ภรรยาเจ็บท้องอย่างรุนแรงใกล้คลอด จำเป็นต้องขอขึ้นเครื่องบินทหาร เพื่อให้ไปส่งที่โรงพยาบาลนบพิตำ คิดว่าหากท้องฟ้ายังปิดต่อไปอีกสองสามวันชาวบ้านจะเดือดร้อนเพิ่มขึ้น เพราะการช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบากเพิ่มขึ้น


ตาปี-พุมดวงถล่มสุราษฎร์ฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากมีน้ำจากแม่น้ำสายหลัก 2 สาย ไหลบ่าเข้าท่วมใน 8 อำเภอ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยสายแรกเป็น แม่น้ำตาปี ไหลจาก อ.ฉวาง จ.นครศรี ธรรมราช เข้าสู่พื้นที่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ผสมกับมีน้ำจากคลองสินปุน จ.กระบี่ ไหลมาลงที่ อ.พระแสง อ.เวียงสระ และเคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และลงพื้นที่ด้านล่างเข้าท่วม อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม และอ.พุนพิน

ส่วนอีกสาย คือ แม่น้ำพุมดวง ซึ่งมีต้นน้ำจากเขื่อนรัชชประภา ไหลลงมาท่วม อ.บ้านตา ขุน อ.คีรีรัฐนิคม อ.พุนพิน ซึ่ง อ.พุนพิน จะรับน้ำจากทั้งสองทาง ทำให้เสียหายอย่างหนัก ก่อนจะไหลลงทะเล ที่อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ความเสียหายของบ้านเรือนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำทั้งสองสายนี้ประมาณ 10,000 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ถนนทุกสายที่เข้าตัวเมืองสุราษฎร์ ธานีไม่สามารถสัญจรไปมาได้ สะพานหลายแห่งถูกกระแสน้ำตัดขาด โดยเฉพาะสะพานยาวบนถนนสายสุราษฎร์ธานี-กระบี่ ถูกน้ำซัดคอสะพานจนพื้นยุบตัวลง เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง ส่วนที่โรงพยาบาลท่าโรงช้าง ต.ท่าโรงช้าง เวลาประมาณ 20.20 น. มีน้ำเข้าท่วมสูงประมาณ 50-100 ซ.ม. ทำให้ต้องอพยพผู้ป่วย 51 คน เพื่อไปไว้ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ ธานี แต่ประสบปัญหาไม่มีทางไป ซึ่งต้องรอการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakF4TURRMU5BPT0%3D§ionid=TURNd01RPT0%3D&day=TWpBeE1TMHdOQzB3TVE9PQ%3D%3D
นสพ.ข่าวสดออน์ไลน์ 1 เมษายน 2554

2012 วันสิ้นโลก























ในเวบไซต์ต่างๆ มีการนำเรื่องราว 2012 วันสิ้นโลก ไปกล่าววิพากษ์วิจารณ์ไว้มากมายว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้นมา หาข้อเท็จจริงไม่ได้ แม้ในเวบไซต์ของ NASA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ) อันเป็นหน่วยงานรัฐ ของสหรัฐฯ ก็เปิดพื้นที่ เพื่อชี้แจงให้ประชาชนอเมริกา และ ทั่วโลก ทราบว่า ข่าวลือดังกล่าว ปราศจากพื้นฐานความจริงใดๆ ทั้งสิ้น



คำถาม
มีภัยคุกคามใดๆต่อโลกมนุษย์ในปี 2012 หรือไม่ ? เวบไซต์ในอินเตอร์เนตจำนวนมากระบุว่า โลกจะถึงการอวสานต์ ในเดือนธันวาคม 2012

คำตอบ
ไม่มีอะไรร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับโลกมนุษย์ในปี 2012 ดาวพระเคราะห์ซึ่งพวกเราอาศัยอยู่กันนี้ อยู่มาด้วยดีเป็นเวลากว่าสี่พันล้านปี และนักวิทยาศาสตร์ซึ่งทรงความน่าเขื่อถือทั้งหลายในโลก ไม่พบเหตุของความคุกคามใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับปี 2012 นี้แต่อย่างใด

คำถาม
อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของคำพยากรณ์ว่าโลกจะสิ้นสุดในสิ้นปีของปี 2012

คำตอบ
เรื่องมันเริ่มต้นด้วยการกล่าวอ้างว่า ดาวนิบิรุ (Nibiru) ซึ่งเป็นดวงดาวที่กล่าวกันว่า ชาวสุเรเมียน(Suremians) เป็นผู้ค้นพบกำลังพุ่งเข้าหาโลก ในเบื้องต้น คำพยากรณ์กล่าวว่า ความหายนะจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2003 แต่เนื่องจากไม่เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น วันโลกาวินาศจึงถูกเลื่อนไปเป็นเดือนธันวาคม 2012 หลังจากนั้นจึงมีการนำนิทานทั้งสองเรื่องมาเชื่อมโยงเข้ากับกับจุดจบของวงวัฎจักรในปฎิทินโบราณของมายัน และนำมาสู่คำพยากรณ์ว่าวันโลกาวินาศคือ วันที่ 21 ธันวาคม 2012


คำถาม
จริงหรือที่ว่าปฎิทินของมายันสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2012

คำตอบ
ปฏิทินของพวกเราที่แปะอยู่ในห้องครัว ไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม ปฏิทินของมายันก็ไม่ได้จบสิ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เช่นเดียวกัน วันที่ 21 ธันวาคมดังกล่าว เป็นวันสุดท้ายของรอบวงปฏิทินของมายัน ดังนั้น เมื่อปฏิทินของพวกเรา เริ่มใหม่อีกครั้งในวันที่ 1 มกราคม ปฏิทินมายัน ก็เริ่มต้นนับใหม่ ภายหลัง 21 ธันวาคม

คำถาม
มีดาวที่ชื่อว่านิบิรุ หรือ ดาว X หรืออีริส (Eris)ที่กำลังพุ่งเข้าหาโลก และ คุกคามที่จะทำลายดาวเคราะห์ซึ่งพวกเราอาศัยอยู่นี้หรือไม่

คำตอบ
นิบิรุ และเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่พุ่งเข้าหาโลก เป็นเรื่องซึ่งกุขึ้นมาในอินเตอร์เนต ไม่มีพื้นฐานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างเหล่านี้เลย หากคำอ้างที่ว่านิบิรุ หรือ ดาว X กำลังมุ่งหน้าที่จะพุ่งชนโลกในปี 2012 เป็นจริง นักดาราศาสตร์คงจะทำการติดตามดาวดวงนี้มาอย่างน้อยเป็นสิบปีมาแล้ว และ หากเรื่องนี้เป็นจริง วันนี้ เราย่อมสามารถมองเห็นดาวดังกล่าวด้วยตาเปล่าในวันนี้แล้ว ความเป็นจริงก็คือ มันไม่มีดาวดังกล่าว สำหรับ Eris นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ดาวดวงนี้เป็นดาวดวงเล็กขนาดเท่าดาวพลูโต และดาวดวงนี้จะอยู่ในวงโคจรรอบนอกของระบบสุริยะ ระยะใกล้ที่สุดซึ่งดาวดวงนี้จะเข้ามาใกล้ ก็คือประมาณ สี่พันล้านไมล์

คำถาม
เป็นความจริงหรือไม่ ที่ว่ามีอันตรายที่โลกจะถูกพุ่งชนจากอุกาบาตในปี 2012

คำตอบ
โลกมีโอกาสถูกพุ่งชนจากดาวหางหรืออุกาบาตตลอดเวลา แต่การพุ่งชนซึ่งมีความรุนแรงมีน้อยมาก การพุ่งชนที่มีผลกระทบใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ 65 ล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป ปัจจุบันนี้ นาซาได้ดำเนินการสำรวจที่เรียกว่า การสำรวจเพื่อปกป้องอวกาศ เพื่อมองหาอุกาบาตขนาดใหญ่ซึ่งอยุ่ใกล้โลก เป็นเวลานานก่อนที่มันจะพุ่งถึงโลก ผลการศึกษา นาซาสรุปว่ายังไม่พบอุกาบาตขนาดใหญ่เช่นที่เคยทำลายไดโนเสาร์มาก่อน งานการสำรวจนี้ ทำกันอย่างเปิดเผย และมีการนำขึ้นเวบทุกวันที่ NEO Program Office website ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูได้

คำถาม
นักวิทยาศาสตร์นาซา รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการกล่าวอ้างถึง วันโลกาวินาศซึ่งจะมาถึง

คำตอบ
คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับภัยพิบัติหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันในปี 2012 นั้น มันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อย่างไร หลักฐานบ่งชี้อยู่ที่ไหน เราไม่พบเห็นอะไรเหล่านั้นเลย

สำหรับการนำเสนอต่างๆ ทั้งในรูปหนังสือ ภาพยนต์ สารคดี หรือในอินเตอร์เนต ต่างๆนั้น ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงได้ ไม่มีหลักฐานที่พอเชื่อถือใดเลย สำหรับการยืนยันว่าจะเกิดเหตุการณืผิดปรกติขึ้นในเดือนธันวาคม 2012


คำถาม
มีอันตรายใดๆที่จะเกิดจากพายุสุริยะขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีในปี 2012

คำตอบ
การปรับเปลี่ยนของพายุสุริยะเกิดเป็นวัฎจักร ซึ่งจะขึ้นถึงจุดสุดยอดทุก 11 ปี เมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอดนี้ การปะทุในดวงอาทิตย์อาจทำให้ระบบสื่อสารดาวเทียมได้รับผลกระทบ แม้ในปัจจุบันวิศวกรกำลังเรียนรู้ที่จะพัฒนาระบบอิเล็กตรอนิกส์ที่สามารถทำงานได้ภายใต้พายุสุริยะใดๆก็ได้ แต่ไม่มีความเสี่ยงพิเศษใดๆในปี 2012 จุดสุดยอดของการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นประมาณปี 2012-2014 และก็เป็นที่คาดว่าจะเป็นวงวัฎจักรสุริยะตามปรกติ ไม่มีความแตกต่างใดจากวัฎจักรซึ่งเคยเกิดมาในประวัติศาสตร์

เวทีแลกเปลี่ยน ข้อคิด มุมมอง ของผู้คนที่ชอบสงสัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/StayFoolish


















จากเว็บไซต์ http://cooloo.org/browse.php?u=Oi8vd3d3LnRhbGt5c3RvcnkuY29tLz9wPTk0ODk%3D&b=13
Mar 30th, 2011

เปิดคำพยากรณ์ ปี 54 คลื่นยักษ์สึนามิ






















มหันตภัยครั้งใหญ่นี้ สอดคล้องกับคำพยากรณ์ของ นอสตราดามุสเมืองไทย
“โสรัจจะ นวลอยู่” ในศาสตร์แห่งโหร อย่างไม่น่าเชื่อ..

นอสตราดามุส เมืองไทย พยากรณ์เอาไว้ว่า การโคจรของดวงดาวในปีเถาะ 2554 นี้ เป็นสิ่งวิปริตผิดอาเพศมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างใหญ่หลวง

ปี 2554 นี้ ทางการเมืองที่ว่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์นั้นยังถือว่าน้อยกว่ามหัตภัยที่ใหญ่กว่ามากหลายร้อยเท่าตัว ก็คือ จะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติสุดมหาหฤโหดไปทั่วโลก ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“น้ำในแม่น้ำและคลองทั้งปวงจะแดงเป็นโลหิต เมฆและท้องฟ้าจะแดงเป็นแสงไฟ แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน ฤดูหนาวจะเป็นฤดูร้อน ที่ลุ่มจะกลับดอน ที่ดอนจะกลับลุ่ม โรคภัยจะเบียดเบียนสัตว์และมนุษย์ทั้งปวง มนุษย์หนึ่งในสี่ของโลกจะพลันตายลง จะเกิดข้าวยากหมากแพง ฝูงมนุษย์จะอดอยาก เสื้อเมืองทรงเมืองจะหลีกเลี่ยง”

การโคจรของดวงดาวและดาวพระเคราะห์ในปีนี้ไม่เป็นไปตามกำหนด จัดเป็นวิกล จะเกิดแผ่นดินไหว กัมปนาทไปทั่ว เหมือนแผ่นดินจะแตกแยกออกทุกหัวระแหง

ทั่วโลกจะถูกทำลายด้วยไฟประลัยกัลป์ ฝนจะตกเป็นเวลายาวนาน ความแห้งแล้งจะแผ่ขยายไปในวงกว้างมากขึ้น จะเกิดทะเลทรายขนาดใหญ่ไปทั่ว มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ทั้งหลายจะเหี่ยวแห้งและตายเป็นจำนวนมาก

จากการลิขิตจากดวงดาวในอนาคตที่โลกจะสิ้นสูญไป โลกเราคงไม่แตกสลายหรือสิ้นไปจากอุกาบาตพุ่งชนโลกหรอก แต่จะเกิดจากไฟของมนุษย์เรานี่เอง

ไฟที่ว่านั้นก็คือไฟแห่งกิเลสตัณหา กำลังแผดเผาไหม้ให้ย่อยยับไปทุกๆ วันเวลา เพราะในปัจจุบันมนุษย์ในโลกนี้เต็มไปด้วยการทำความชั่วและเต็มไปด้วยสิ่งเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น กอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตนเองและพวกพ้อง ขาดความรักความเมตตาที่มีต่อกันและต่อสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งปวง และมีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นจะถูกธรรมชาติและสวรรค์ลงโทษอย่างมหันต์อีกเช่นกัน

เพราะจากปี 2554 เป็นต้นไป ดวงดาวจะเดินผิดปกติไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทางโหราศาสตร์ไทยสามารถตีความหมายไปได้ อย่างเช่น ในปี 2554 นี้ เมืองใหญ่ๆ ที่อยู่ในซีกโลกตอนเหนือเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นทะเลยักษ์ จะฆ่าชีวิตคนเป็นล้านคน

ในปีเถาะสุดโหดจะเกิดปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด แผ่นดินแยก แผ่นดินถล่ม และคลื่นยักษ์สึนามิบ่อยครั้ง และถี่มากขึ้นกว่าที่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ของโลกตั้งแต่ 1, 000 ปีที่ผ่านมาก็ว่าได้

และในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ และทั่วทุกภาคทุกจังหวัดจะถูกน้ำท่วมไปหมด ที่เกิดจากน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาและเกิดจากอุทกภัยอีกหลายครั้งจนต้องอพยพผู้คนหนีน้ำขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ เกือบสุดเขตแดนไทย เมื่อนั้นคนไทยก็คงไร้สิ้นแผ่นดินได้?






















ข่าวโดย : มติชนออนไลน์
Mar 12th, 2011

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

ข่าวลือ

(ประเทศพม่า)


แผ่นดินไหวกลาง กทม.!!

ผมบอกไม่ให้แตกตื่นไง!

ในเนื้อข่าว คุณสมิทธิ์ก็ไม่ได้บอกว่าจะเกิดแผ่นดินไหวกลาง กทม.!!



กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์
กลาง 26 มี.ค.2011 เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่ ....
ในเนื้อข่าว คุณสมิทธิ์ก็ไม่ได้บอกว่า จะเกิดแผ่นดินไหวกลาง กทม. ...
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/to...84450.html

กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์
กลาง 26 มี.ค. 2011 กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง ...
http://www.pantip.com/cafe/home/topic/R1...84435.html

พบ รอยเลื่อนนครนายก รอยเลื่อนแผ่นดินไหว30 มี.ค. 2011
13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย 1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ครอบคลุม พื้นที่ จ. ...

ตอบข่าว:คนกรุงเสียว!! พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ ...
พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!! | Talkystory30 มี.ค. 2011 ...
13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย. 1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ...
พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!!,


http://www.talkystory.com › Hilight



















ด่วนล่าสุด!!!

ตรวจพบรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่ 15 "ผ่าใจกลางกรุงเทพฯ" อันตรายสุดๆ

รอยเลื่อนเหล่านี้ขยับตัวเมื่อไหร่ จะเกิดแผ่นดินไหวถึงเก้าริกเตอร์ ....

ประชาชนในกรุงเทพ ต้องเตรียมถุงยังชีพหากมีการเลื่อนจริงๆ ...

อันตรายจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ...

ในช่วง ๘๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีการตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดกลางถึง ๘ ครั้ง ... เพื่อศึกษาโอกาสการเคลื่อนที่ของคลื่นแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนใกล้เคียงมายังกรุงเทพม​หานคร ...

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28



Business News :

คนกรุงเสียว!! พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ30 มี.ค. 2011 ... ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...

http://www.bsnnews.com/news/index.php?NewsID=

30/03 นักธรณีวิทยา เผยพบรอยเลื่อนมีพลังใหม่ เขย่าขวัญคนกรุงเทพฯ ...

ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...
http://www.paipibut.org/view.php?dataid=

...เลื่อนใหม่ รอยเลื่อนนครนายก มีผลกระทบ กทม - ปาก(คลอง)ตลาด ...ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...
http://www.pageantport.com › ปาก(คลอง)ตลาด

ข่าว แผ่นดินไหว ลือ 31ส.ค. กรุงเทพ เกิด แผ่นดินไหว เตือนอย่าแตกตื่นลือ! 31 สิงหาคม กรุงเทพฯ เกิดแผ่นดินไหว เตือนอย่าแตกตื่น ... จะเกิดภัยพิบัติครั้งรุนแรงกลางกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ... ในฐานะนักวิชาการ ที่ศึกษาวิจัยรอยเลื่อนแผ่นดินไหวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ...
hilight.kapook.com/view/27487

*********************************************************


กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง เหตุจาก 13 รอยเลื่อนขยายตัว ...

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายสมิทธเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเก็บข้อมูลสถิติการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้ง พบว่า 13 รอยเลื่อนแต่ละแห่งมีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกือบทุกรอยเลื่อนแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด เป็นรอยเลื่อนในภาคเหนือ โดยเฉพาะรอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่าน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เป็นจุดที่อันตรายที่สุด มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่ารอยเลื่อนอื่นๆ เนื่องจากอยู่ใกล้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศพม่า และทำให้รอยเลื่อนเกิดการขยายออกอีก จึงอยากจะเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรระวังและเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะรอยเลื่อนในประเทศไทยต้องเกิดแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ายังไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในวันเวลาใดเท่านั้น

ผอ.สำนักธรณีวิทยาฯกล่าวต่อว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ขณะนี้มีกฎกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้แล้วเมื่อปี 2550 กำหนดพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ โดย "บริเวณเฝ้าระวัง" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรวม 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี "บริเวณที่ 1" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร "บริเวณที่ 2" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายเป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) กล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7-8 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนที่ใกล้กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี อาจมีแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. หรือรอยเลื่อนสะแกรง ที่พาดผ่านประเทศพม่าและทะเลอันดามัน ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 8 ริกเตอร์ หรือแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ห่างจากกรุงเทพ 600 กิโลเมตร ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8-9 ริกเตอร์ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กรุงเทพฯก็ได้รับผลกระทบ เหมือนที่เคยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ที่มีการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.1 ริกเตอร์ ทำให้อาคารสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พังลงมา มีประชาชนเสียชีวิตประมาณ 1 หมื่นคน ทั้งนี้ กรุงเทพฯอาจไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็จะมีความเสียหายมาก ขณะนี้กำลังศึกษาโมเดลการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาจนบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ที่ จ.กาญจนบุรีและเชียงใหม่ทำเสร็จแล้ว เบื้องต้นใน จ.เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่อยู่ใกล้ๆอาคารต่างๆในเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง จะผู้เสียชีวิตประมาณพันคน ส่วนใน จ.กาญจนบุรี ศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดแผ่นดินไหว ที่รอยเลื่อนป้องตี้ ประมาณ 6 ริกเตอร์ คาดว่ามีความเสียหายมากเช่นเดียวกัน ส่วนในกรุงเทพฯ กำลังศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ออกแบบอาคารให้มีความต้านทานต่อแผ่นดินไหว

นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าขนาด 6.7 ริกเตอร์นั้น ส่งผลกระทบกับรอยเลื่อน 13 แห่ง ในประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เมื่อแผ่นดินไหวความรุนแรงใต้ดินอะไรไปกระทบกับรอยเลื่อนเดิมที่มีอยู่แล้ว จะทำให้รอยเลื่อนเดิมเกิดการเคลื่อนตัวและขนาดตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ทำให้ประเทศ ไทยเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และจะเพิ่มความรุนแรงการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งต่อไป เช่น เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 ริกเตอร์ ที่รอยเลื่อนบัว จ.น่าน หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 7 ริกเตอร์ หรือรอยเลื่อนพะเยา เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์ หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 6 ริกเตอร์ หลายคนมองว่าเป็นตัวเลขเล็กน้อย แต่หากเทียบความรุนแรง การเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพียง 1 ริกเตอร์ จะเพิ่มความรุนแรงถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

จากอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวจำนวน 303 ครั้ง และมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศไทย 117 ครั้ง แม้จะเคยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่อ.พาน จ.เชียงราย แต่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่เกิดจากความตื่นเต้น วิ่งหนีทำให้ล้มจนเสียชีวิต แต่ครั้งนี้มาจากการเกิดแผ่นดินไหวโดยตรง คือกำแพงพังถล่มลงมาทับ ทั้งนี้กรุงเทพฯสามารถรับรู้ถึงการสั่นไหวเพราะชั้นดินอ่อน ขณะที่ประชาชนใน จ.พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ แม้จะอยู่ใกล้กับพม่าและเชียงราย แต่รับรู้แรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ เพราะชั้นดินแข็งแรงกว่า






เตือนอย่าตื่นตระหนก หากเกิดแผ่นดินไหว

โฆษกกรมทรัพยากรธรณีกล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิบัติตัวของประชาชนในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกถึงการสั่นไหว ให้ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจ รีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน หลีกเลี่ยงของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูง วิ่งลงสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้ รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน

ที่มา : ข่าวไทยรัฐ

จากคุณ : Lubchem
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 54 19:20:36 A:124.120.230.73 X: TicketID:168012

*****************************************************************

กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง เหตุจาก 13 รอยเลื่อนขยายตัว ...

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายสมิทธเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเก็บข้อมูลสถิติการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้ง พบว่า 13 รอยเลื่อนแต่ละแห่งมีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกือบทุกรอยเลื่อนแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด เป็นรอยเลื่อนในภาคเหนือ โดยเฉพาะรอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่าน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เป็นจุดที่อันตรายที่สุด มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่ารอยเลื่อนอื่นๆ เนื่องจากอยู่ใกล้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศพม่า และทำให้รอยเลื่อนเกิดการขยายออกอีก จึงอยากจะเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรระวังและเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะรอยเลื่อนในประเทศไทยต้องเกิดแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ายังไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในวันเวลาใดเท่านั้น

ผอ.สำนักธรณีวิทยาฯกล่าวต่อว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ขณะนี้มีกฎกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้แล้วเมื่อปี 2550 กำหนดพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ โดย "บริเวณเฝ้าระวัง" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรวม 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี "บริเวณที่ 1" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร "บริเวณที่ 2" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน
มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง


นายเป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) กล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7-8 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนที่ใกล้กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี อาจมีแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. หรือรอยเลื่อนสะแกรง ที่พาดผ่านประเทศพม่าและทะเลอันดามัน ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 8 ริกเตอร์ หรือแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ห่างจากกรุงเทพ 600 กิโลเมตร ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8-9 ริกเตอร์ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กรุงเทพฯก็ได้รับผลกระทบ เหมือนที่เคยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ที่มีการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.1 ริกเตอร์ ทำให้อาคารสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พังลงมา มีประชาชนเสียชีวิตประมาณ 1 หมื่นคน ทั้งนี้ กรุงเทพฯอาจไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็จะมีความเสียหายมาก ขณะนี้กำลังศึกษาโมเดลการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาจนบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ที่ จ.กาญจนบุรีและเชียงใหม่ทำเสร็จแล้ว เบื้องต้นใน จ.เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่อยู่ใกล้ๆอาคารต่างๆในเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง จะผู้เสียชีวิตประมาณพันคน ส่วนใน จ.กาญจนบุรี ศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดแผ่นดินไหว ที่รอยเลื่อนป้องตี้ ประมาณ 6 ริกเตอร์ คาดว่ามีความเสียหายมากเช่นเดียวกัน ส่วนในกรุงเทพฯ กำลังศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ออกแบบอาคารให้มีความต้านทานต่อแผ่นดินไหว

นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าขนาด 6.7 ริกเตอร์นั้น ส่งผลกระทบกับรอยเลื่อน 13 แห่ง ในประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เมื่อแผ่นดินไหวความรุนแรงใต้ดินอะไรไปกระทบกับรอยเลื่อนเดิมที่มีอยู่แล้ว จะทำให้รอยเลื่อนเดิมเกิดการเคลื่อนตัวและขนาดตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ทำให้ประเทศ ไทยเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และจะเพิ่มความรุนแรงการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งต่อไป เช่น เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 ริกเตอร์ ที่รอยเลื่อนบัว จ.น่าน หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 7 ริกเตอร์ หรือรอยเลื่อนพะเยา เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์ หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 6 ริกเตอร์ หลายคนมองว่าเป็นตัวเลขเล็กน้อย แต่หากเทียบความรุนแรง การเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพียง 1 ริกเตอร์ จะเพิ่มความรุนแรงถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

จากอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวจำนวน 303 ครั้ง และมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศไทย 117 ครั้ง แม้จะเคยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่อ.พาน จ.เชียงราย แต่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่เกิดจากความตื่นเต้น วิ่งหนีทำให้ล้มจนเสียชีวิต แต่ครั้งนี้มาจากการเกิดแผ่นดินไหวโดยตรง คือกำแพงพังถล่มลงมาทับ ทั้งนี้กรุงเทพฯสามารถรับรู้ถึงการสั่นไหวเพราะชั้นดินอ่อน ขณะที่ประชาชนใน จ.พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ แม้จะอยู่ใกล้กับพม่าและเชียงราย แต่รับรู้แรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ เพราะชั้นดินแข็งแรงกว่า


เตือนอย่าตื่นตระหนก หากเกิดแผ่นดินไหว
โฆษกกรมทรัพยากรธรณีกล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิบัติตัวของประชาชนในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกถึงการสั่นไหว ให้ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจ รีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน หลีกเลี่ยงของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูง วิ่งลงสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้ รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน

ที่มา : ข่าวไทยรัฐ

จากคุณ : Lubchem
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 54 19:14:38 A:124.120.230.73 X: TicketID:168012

***************************************************************

พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!!Mar 30th, 2011

นายปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้พบรอยเลื่อนใหม่ คือ รอยเลื่อนนครนายก ซึ่งมีความน่ากลัวและอยู่ไม่ห่างจากรุงเทพฯ


โดยจากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า รอยเลื่อนนครนายก มีความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนแม่ปิง ที่พาดผ่าน จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ โดยแนวดังกล่าวมีความยาว 50-100 กิโลเมตร ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น

ทั้งนี้จะนำข้อมูลรอยเลื่อนดังกล่าว เสนอกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อให้เข้าไปสำรวจและเพิ่มแนวรอยเลื่อนที่มีพลังของประเทศไทย เป็น 14 จุด จากเดิมมี 13 จุด


13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย
1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ครอบคลุม พื้นที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่
2. “รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน” ครอบคลุม จ.แม่ฮ่องสอน และตาก
3. “รอยเลื่อนเมย” ครอบคลุม จ.ตาก และกำแพงเพชร
4. “รอยเลื่อนแม่ทา” ครอบคลุม จ.เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย
5. “รอยเลื่อนเถิน” ครอบคลุม จ.ลำปาง และแพร่
6. “รอยเลื่อนพะเยา” ครอบคลุม จ. ลำปาง เชียงราย และพะเยา
7. “รอยเลื่อนปัว” ครอบคลุม จ.น่าน
8. “รอยเลื่อนอุตรดิตถ์” ครอบคลุม จ.อุตรดิตถ์
9. “รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์” ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และราชบุรี
10. “รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์” ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และอุทัยธานี
11. “รอยเลื่อนท่าแขก” ครอบคลุม จ.หนองคาย และนครพนม
12. “รอยเลื่อนระนอง” ครอบคลุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา และ
13. “รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย” ครอบคลุม จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา

*************************************************************













กทม.เสี่ยงดินไหว!



พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้

เร่งสืบหวั่นมีพลัง - เตรียมซ้อมป้องกัน


นักวิชาการชี้เร่งสืบรอยเลื่อนตอนใต้ กทม. ไหวหมื่นปีก่อนอาจมีพลัง ‘เจดีย์สามองค์’ เสี่ยงกระทบเมืองหลวง ด้าน ‘กรมทรัพยากรธรณี’ เตรียมสำรวจรอยเลื่อน 5 ปี ยันไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิด ขณะที่ ‘สปภ.’ สนองนโยบาย กทม. จัดซ้อมภัยดินไหวตึกสูงตุลาคมนี้

ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ "ดุสิตโพสต์" ฉบับล่าสุด



เสี่ยงกระทบกรุง :
แผนที่ภาคกลาง ซึ่งนักวิชาการและนักธรณีวิทยาต่างระบุว่ามีรอยเลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ของ กทม. โดยมีรอยเลื่อนมีพลังที่ลากมาทางภาคตะวันตกและโดยรอบ(เส้นประสีแดง)


กรณีเกิดภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่ามิได้ แม้จะมีข้อมูลมากพอ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร ทั้งนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อนจำนวนมากถึง 12 รอยเลื่อนอยู่ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบน ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) จนกระทั่งมีนักวิชาการได้ค้นพบและเร่งให้สำรวจนั้น


กทม.เป็นดินอ่อนสั่นไหวได้ง่าย
ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงผลกระทบในส่วนพื้นที่ กทม.จากแผ่นดินไหวที่เกิดในระยะหลัง ว่า ทางส่วนของกทม. ซึ่งมีสภาพเป็นดินอ่อน ย่อมส่งผลในเรื่องของการขยายคลื่น กทม.เกิดการสั่นไหว เนื่องจากคลื่นแรงสั่นสะเทือนมาถึงใต้ดินในกทม. ที่มีสภาพพื้นที่เป็นดินอุ้มน้ำทำให้สั่นไหวได้ง่าย ทั้งนี้ ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่ค่อยมีผลต่อเนื่องยาวนาน


พบรอยเลื่อนตอนใต้กทม-หวั่นมีพลัง
หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบต่อทางตอนใต้ กทม. ว่า การสำรวจข้อมูลจากฟิสิกส์ทางอากาศ พบว่ามีหลายจุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของกทม. โดยเริ่มต้นมาจาก จ. กาญจนบุรี เข้ามาใกล้กับ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม มายังตอนใต้ของกทม. พบว่ามันมีรอยเลื่อนชัดเจนอยู่ 1 รอย ซึ่งมันอาจเข้าไปใกล้ประเทศพม่ารอยเลื่อนนั้นจะเพิ่มความมีพลัง ซึ่งเรียกรอยเลื่อนนี้ว่า รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์

ดร.ปัญญา กล่าวต่อว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเกิดแผ่นดินไหวประมาณหมื่นปีมาแล้ว เราก็สรุปได้ว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง ส่วนรอยเลื่อนที่ผ่านทางตอนใต้กทม. นั้นเรายังไม่รู้ว่ามันมีพลัง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาอายุให้ชัดเจนเสียก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครศึกษาเพราะใช้งบประมาณที่สูงเกินไป

วอนรัฐเร่งศึกษาอาจไหวหมื่นปีก่อน

“ผมจะบอกว่ามันมีรอยเลื่อนที่เราไม่ได้ศึกษาแล้วมันมีอยู่ทางตอนใต้ของกทม. แต่มันอยู่ลึกลงไปให้รัฐรีบทำการศึกษา มันมีอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอายุหมื่นปีหรือเปล่า ถ้ามันมีการไหวตัวครั้งสุดท้ายเมื่อหมื่นปีมาแล้วเราจะถือว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง มันเหมือนกับเราหักก้านไม้ขีดไฟ เมื่อเราใส่แรงมากขึ้นจนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ไม้ขีดไฟรับแรงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม้ขีดไฟหัก ตอนช่วงที่หักตอนนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของคลื่นความสั่นสะเทือน” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ กล่าว




ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงรอยเลื่อนที่พาดผ่านตอนใต้ กทม. พร้อมกำชับทุกปีมีการไว้อาลัยผู้เสียชีวิตให้กำหนดเป็นวันซักซ้อมภัย



คาด 3 รอยเลื่อนกระทบ กทม.
เมื่อถามว่ารอยเลื่อนใดที่จะมีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อ กทม. ดร.ปัญญา กล่าวว่า จากที่เราศึกษามาพบว่า ทั้งรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ปิง รอยเลื่อนแม่จัน เคยเกิดแผ่นดินไหวที่ประมาณ 7 ริคเตอร์ในอดีตเมื่อประมาณ 1,000 -2,000 ปีมาแล้ว ในความรุนแรงขนาดนี้ อาจจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรให้นักวิศวกรรมออกแบบอาคารที่รับแรงแผ่นดินไหวให้ได้เท่ากับ 7 ริคเตอร์หรือมากกว่า ส่วนอาคารเก่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันรับแรงได้ ในส่วนนี้ถ้าเราจะสร้างอาคารที่รับแรงได้ ต้องเพิ่มงบประมาณ การสร้างอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้

รัฐต้องเร่งสืบยันให้ได้ว่าไม่มีพลัง
หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุว่า "จุดใต้กทม. รู้มั้ยว่ามีพลังแน่นอนไม่มีใครรู้เลย แต่รู้มั้ยว่ามีรอยเลื่อนรู้ และต้องทำการศึกษาอย่างน้อย 2 - 3 ปี งบประมาณที่ 20 ล้านน่าจะอยู่ เพราะมันอยู่ลึกเกินไปแล้วมันไม่รู้ว่าผ่านตรงจุดไหนบ้าง จากการสำรวจโดยฟิสิกส์ทางอากาศบ่งบอกว่ามันมีรอยเลื่อนอยู่ข้างใต้ยาวไปถึงโซนใหญ่"

“ภัยธรรมชาติที่เกิดใต้พิภพไม่ว่าอะไรไม่มีทางแก้ไขได้ และไม่มีประเทศไหนรับมือได้ รัฐบาลจะต้องเร่งสืบข้อเท็จจริง เพื่อกับประชาชนว่าจริงๆแล้วรอยเลื่อนที่อยู่ใต้กทม.ไม่มีพลัง” ดร.ปัญญา กล่าว

คนกรุงเข้าใจผิดไม่ใช่ดินไหวในกทม.
ดร.ปัญญา กล่าวในส่วนความรู้ของคนกทม.ที่มีต่อแผ่นดินไหว ว่า ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจผิดที่ว่า แผ่นดินไหวใน กทม. นั้นที่จริงไม่ใช่ต้องบอกว่าแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในกทม. หมายความว่าจุดเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ใช่เกิดที่ กทม. แต่เป็นจุดที่อาจจะมาจาก จ.กาญจนบุรี หรืออาจมาจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง กทม.

“เราต้องมีการซ้อมหนีไฟทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกปีเราก็มีการไว้อาลัยกับผู้ที่เสียชีวิตอยู่แล้ว ทำไมไม่เป็นวันซักซ้อมเสียเล่า การเกิดคลื่นแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในระดับ9 ริคเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ทำให้เกิดสึนามินั้น เพราะว่า มันเกิดในทะเลเราไม่สามารถศึกษาหรือมองจากอากาศก็ไม่ได้ แต่นี่มันเกิดบนบกเราก็สามารถศึกษามันได้” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุ

กรมทรัพยากรธรณีเผยรอยเลื่อนใกล้กรุง
ด้าน ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา ระดับ 8 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์”เกี่ยวกับรอยเลื่อน ที่อยู่ใกล้ กทม. ว่า ขณะนี้ได้สำรวจแล้วพบว่ามีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้กทม. ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง ได้แก่รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี รอยเลื่อนท่าจีน และรอยเลื่อนนครนายก เป็นรอยเลื่อนกลุ่มเดียวกับรอยเลื่อนองครักษ์ ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจะส่งผลทำให้ กทม. เกิดแผ่นดินไหว ทั้งนี้ ถ้าเกิดแผนดินไหวขึ้นที่ประเทศพม่า ผลกระทบของแผ่นดินไหว ในรูปแบบของคลื่นแผ่นดินไหวนั้น อาจทำให้กทม.รู้สึก ถึงแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วย แต่ด้วยระยะทางห่างจากจุดศูนย์กลางที่ประเทศพม่า เป็นระยะ 400 กิโลเมตรนั้น ผลกระทบก็จะลดลงตามลำดับ

ใช้เวลาสำรวจ 5 ปีรอยเลื่อนอันตรายต่อกรุง
ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ทางกรมทรัพยกรธรณี ได้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินไหว โดยมีการดำเนินโครงการระยะยาว 5 ปี เพื่อทำการสำรวจและพิสูจน์ทราบถึงรอยเลื่อนที่จะเป็นอันตรายต่อ กทม. ซึ่งในขณะนี้เรามีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ทางด้านฝั่งตะวันตกของประเทศ จังหวัดกาญจนบุรี วัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวที่จะส่งผลต่อ กทม.

มั่นใจไม่กระทบต่อเขตพระราชฐาน
ต่อข้อถามว่าในเขตดุสิตที่เป็นเขตพระราชฐานจะมีผลกระทบหรือไม่จากการสั่นไหว ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิด เรื่องของคลื่นแผ่นดินไหวที่มาใน กทม. แล้วมีผลกระทบจะต้องเป็นตึกที่มีความสูง 20 ชั้น ถึง 30 ชั้น ดังนั้นตึกที่มีความสูงต่ำกว่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ตึกที่มีผลกระทบต่อภัยแผ่นดินไหวก็ต่อเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวนั้นมาคู่กันพอดี ถ้าคลื่นมาไม่เท่าความถี่ของธรรมชาติ ตึกจะไม่ได้รับความเสียหาย









สำรวจ 5 ปี :
ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิดแผ่นดินไหว พร้อมระบุกรมทรัพยากรธรณีเตรียมสำรวจรอยเลื่อนใต้ กทม. 5 ปี


ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอเกิดแผ่นดินไหว“ตอนนี้ทางกรมกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดนิ่งหรือ รอให้เกิดแผ่นดินไหว เราได้ตั้งจุดสังเกตการณ์ ในประเทศไทยเราเจออย่างมากที่สุดก็ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยความสั่นสะเทือนวัดได้ 5.9 ริคเตอร์ ในส่วนของกรุงเทพฯ ถึงแม้ยังไม่เคยมีรายงานเรื่องแผ่นดินไหว แต่ในจุดนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่ากรุงเทพฯจะปลอดภัยจากการเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ เราจำเป็นที่จะต้องศึกษารอยเลื่อนมีพลังทั้ง 3 รอยเลื่อนนี้ต่อไป” ดร.สุวิทย์ กล่าว


ผังเมืองเก็บข้อมูลวางแผนฟื้นฟู กทม.
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจาก สำนักงานผังเมือง กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนของนโยบายผังเมืองหลังเกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ใน กทม. ว่า ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นระหว่างช่วง ก็จะเก็บข้อมูลมาศึกษา เพื่อจะรองรับเรื่องที่เกิด ทั้งนี้ จะมีแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง ทั้งนี้ ในกรณีถ้าเกิดภัยพิบัติทาง กทม. ก็จะต้องมอบอำนาจให้เข้าไปปรับปรุงฟื้นฟูตรงเขตที่เกิดภัยพิบัติด้วย ส่วนใหญ่ภัยพิบัติถ้ามันเกิดแล้วเราจึงเข้าไปดำเนินการได้ โดยเราอาจจะวางผังว่าไม่ให้เขตที่เกิดภัยพิบัตินั้นเป็นเขตที่อยู่อาศัย


อาจารย์ภูมิศาสตร์เผยเคยรู้สึกไหวใน มสด.
ด้านอาจารย์รายหนึ่ง ประจำกลุ่มวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบในส่วนพื้นที่ กทม. ว่า ภาคกลางไม่ใช่หินแข็ง ทั้งนี้ กทม. อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน การที่มันเป็นพื้นดินเกิดจากแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ท่าจีน ป่าสัก เจ้าพระยา ซึ่งไหลลงอ่าวไทยแล้วก็พาตะกอนมาทับถม ตะกอนที่ทับสูงขึ้นจะกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกินเมตรด้วยซ้ำในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น กทม. ถึงน้ำท่วม

เมื่อถามว่า มสด.เคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในอดีตหรือไม่ อาจารย์รายเดิม กล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยมีอยู่ครั้งนานมาแล้วเกือบ 30 ปี ตนเคยสอนอยู่ที่ห้อง 336 ซึ่งในปัจจุบันนั้นคือห้องคณะวิทยาการจัดการ นกบินขึ้นพร้อมกันเกือบร้อยตัว หลังจากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวแต่ก็เล็กน้อยมาก เพียงครั้งเดียวที่ มสด.รู้สึกถึงผลกระทบจากการสั่นไหว


สปภ.เตรียมซักซ้อมภัยดินไหวตุลานี้นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนการเตรียมการรับมือและซักซ้อมภัยที่อาจเกิดภัยจากแผ่นดินไหวใน กทม. ว่า ขั้นแรกจะพิมพ์เอกสารแจกจ่ายให้กับภาคประชาชนทั่วกทม.1แสนฉบับและพยายามประสานกับกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งทางหน่วยงานเหล่านี้จะรับแจ้งว่าเกิดแผ่นดินไหวที่ไหนบ้าง

รองผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวถึงเวลาซักซ้อมภัยแผ่นดินไหว ว่า เดือนตุลาคมนี้จะมีการซักซ้อมที่กทม. แต่เราต้องมีการประชุมโดยคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินใจว่าจะกำหนดวันเวลาใดในการซักซ้อม โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เขต อาสาสมัคร หน่วยแพทย์ รวมทั้งหน่วยรักษาความมั่นคงทางทหาร


ซ้อมวันเดียวไม่เกินชั่วโมง“ในการซ้อมที่จะถึงเราก็ต้องบันทึกภาพนำไปให้กรรมการซ้อมใหญ่นำไปพิจารณาถึงข้อบกพร่องว่ามันมีอะไรบ้างต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง เราก็เชิญสื่อมวลชนเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาด้วย และการซักซ้อมต้องมีความกระชับและเป็นขั้นเป็นตอน โดยใช้เวลาแค่วันเดียวระยะเวลาประมาณไม่เกิน1 ชั่วโมงเราต้องดูสถานการณ์ว่าเกิดความรุนแรงมาก” นายธนิก กล่าว












หวั่น ‘ศรีสวัสดิ์’แรง 8.5 ริคเตอร์ทำตึกถล่ม

รองผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวอีกว่า รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์เป็นรอยเลื่อนที่เรากลัวมากที่สุด หากมีความรุนแรง 8.5 ริคเตอร์ อาจจะส่งผลมายังกทม.ทำให้ตึกมันถล่มได้ ทั้งนี้ แผ่นดินไหวไม่มีใครคาดการณ์ได้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินการ นั่นคือความพร้อมของ สปภ.เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งต้องการที่จะทำให้เกิดความเคยชิน

“เราจะกำหนดโซนทั้งหมดสามโซน hot zone คือเหตุที่เกิดรุนแรงคือโซนที่เกิดอันตรายเป็นโซนที่เราไม่สามารถเข้าไปได้เลย ส่วนต่อมา cold zone เป็นพื้นที่ที่เป็นหน่วยสนับสนุนคือหน่วยแพทย์ หน่วยของอาสาสมัครซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ต่อไปคือส่วนwarm zoneจะอยู่ชั้นนอกสุด ประชาชนดูได้แต่ต้องอยู่ไกลจริงตัวนี้เป็นหลักสากลที่ต่างประเทศเขาทำกัน เราจะทำให้รู้ว่าพอเกิดเหตุจริงประชาชนจะไม่มีสิทธิเข้าไปได้เลยไม่นั้นมันก็จะวุ่นวาย เหตุการณ์ก็จะมีคนที่อาศัยเหตุการณ์ในช่วงนี้เข้าไปลักทรัพย์บ้าง” นายธนิก กล่าว


เตรียมซ้อมภัย : นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับนโยบายจาก กทม. เพื่อเตรียมซ้อมภัยครั้งใหญ่ในส่วนของอาคารสูงในพื้นที่ กทม.ที่อาจเกิดผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวในเดือนตุลาคมนี้






















หวั่นมีพลัง : ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ชี้จุดรอยเลื่อนลากยาวจากทิศตะวันตกของประเทศมายังตอนใต้ กทม. หากเคยเกิดแผ่นดินไหวเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนอาจมีพลังได้ (ภาพข่าวหน้า 1จาก "ดุสิตโพสต์")

-----------------------------------------------------
วราพงษ์ เพ็งรัศมี , phanasGook - รายงาน
ดุสิตโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 67 ประจำเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2550
-----------------------------------------------------

หมายเหตุ : ดุสิตโพสต์ เป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
*********************************************************************************


30/03 นักธรณีวิทยา เผยพบรอยเลื่อนมีพลังใหม่ เขย่าขวัญคนกรุงเทพฯ
ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้พบรอยเลื่อนใหม่ คือ รอยเลื่อนนครนายก ซึ่งมีความน่ากลัวและอยู่ไม่ห่างจากรุงเทพฯ จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า รอยเลื่อนนครนายก มีความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนแม่ปิง ที่พาดผ่าน จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ โดยแนวดังกล่าวมีความยาว 50-100 กิโลเมตร โดยรอยเลื่อนแม่ปิง เคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์ ที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น โดยจะนำข้อมูลรอยเลื่อนนครนายกเสนอกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อให้เข้าไปสำรวจและเพิ่มแนวรอยเลื่อนที่มีพลังของประเทศไทย เป็น 14 จุด จากเดิมมี 13 จุด ทั้งนี้ 13 รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย หากเกิดแผ่นดินไหว จะเกิดประมาณ 6 – 7 ริคเตอร์ และเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตเมื่อพันปีที่ผ่านมา ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย จะเกิดความเสียหายต่อระบบโครงสร้างสาธารณูปโภค เช่น เจดีย์หัก โรงพยาบาลร้าว วัดเสียหาย อาคารร้าว ทั้งนี้ จะต้องเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะเวลาพอสมควรหรือมีอาฟเตอร์ช็อคต่อเนื่อง



ทั้งนี้ 13 รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย ครอบคลุม 22 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ได้แก่ เชียงใหม่ 12 อำเภอ เชียงราย 11 อำเภอ แพร่ 7 อำเภอ แม่ฮ่องสอน 5 อำเภอ กำแพงเพชร 3 อำเภอ ตาก 7 อำเภอ น่าน 6 อำเภอ พะเยา 1 อำเภอ พิษณุโลก 2 อำเภอ ลำปาง 5 อำเภอ ลำพูน 3 อำเภอ อุตรดิถต์ 4 อำเภอ กระบี่ 1 อำเภอ ชุมพร 4 อำเภอ พังงา 5 อำเภอ ระนอง 5 อำเภอ สุราษฎร์ธานี 9 อำเภอ กาญจนบุรี 7 อำเภอ ประจวบคีรีขันธ์ 4 อำเภอ สุพรรณบุรี 1 อำเภอ นครพนม 3 อำเภอ หนองคาย 2 อำเภอ รวม 106 อำเภอ 308 ตำบล และ 1,406 หมู่บ้าน

จากเว็บไซต์มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
http://cooloo.org/browse.php?u=Oi8vd3d3LnBhaXBpYnV0Lm9yZy92aWV3LnBocD9kYXRhaWQ9NTE4MuC4nuC4muC4o%2BC4reC4ouC5gOC4peC4t%2BC5iOC4reC4meC5g%2BC4q%2BC4oeC5iA%3D%3D&b=13

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฤๅ น้ำจะท่วมโลก

















ถ้าน้ำจะท่วมโลกจริง...
2 ปีที่เหลือนี้ ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุข
เงินออมไว้ใช้ตอนแก่.. ก็ไม่ต้องเก็บแล้ว
อีกเดี๋ยวก็ตาย... (มั้ง)














อ.สุมิตรยืนยัน
2012 โลกเกิดหายนะอุทกภัยน้ำท่วมโลกแน่นอน


ตึกใบหยก ที่เราแสนจะภูมิใจในความสูง



















NASA ปิดข่าว
เพราะกลัวว่าถ้าประกาศข่าวนี้แก่ชาวโลกรู้ท่านลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อท่านรู้ตัวว่าจะตายในอีกไม่กี่ปีข้าวหน้า ท่านจะใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงเลยใช่มะ
โลกจะเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 80% โลกทั้งโลกจะวุ่นวาย
เค้าเลยปิดเป็นความลับ ( เฮอๆดีเน้อ)
แต่นักดาราศาสตร์ออกมาอธิบายเรื่องทฤษฎีความเปนไปได้กันอย่างจ้าละหวั่นข้อมูลที่ยังขัดแย้งกันอยู่คือ บางแหล่งบอก ดาวฤกษ์ และอุกกาบาต เพราะขนาดของมันใหญ่กว่าดาวพฤหัส 2 เท่า!!! ( ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบนี้)



















ข่าวใหม่ล่าสุด 23 พ.ค. 2552 ช่อง 11 (4 ทุ่ม) มีการคุยเรื่อง ภัยพิบัติล้างโลก 2012 อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญไฮโดรเจน จากองค์การนาซ่า และเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ Hydrogen ในประเทศไทย ด้วยวิธีการใช้ไฟฟ้าแยกน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง

อาจารย์ สุมิตร ทำงานในองค์การ NASA ในสายงานคือ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
เพื่อสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ.2012(แต่รู้ในวงจำกัด)
อาจารย์ สุมิตร ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้น
จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน


และคนในองค์การ NASA ทุกคนทราบเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วได้สร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจาก
อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ.2012 ใกล้เสร็จแล้ว(แต่ "อาจารย์ สุมิตร"ไม่ได้บอกว่าสร้างไว้กี่ลำ)


อาจารย์ สุมิตร ยังยืนยันด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง
ปัจจุบันมีมนุษย์ต่างดาวมาทำงานร่วมกับองค์การ NASA โดยสื่อสารทาง " โทรจิต "
ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อช่วยมนุษย์จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012
( มนุษย์บางคนเท่านั้นที่ถูกเลือกให้รอด)
" อาจารย์ สุมิตร " ยังยืนยันด้วยว่าโลกมนุษย์เรา ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ในจักรวาลอื่นๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวประมาณ 200 จักรวาล ซึ่งโลกของเราเป็นเพียงจักรวาลเล็กๆ 1 จักรวาล เท่านั้น เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวหรอกนะ
" อาจารย์ สุมิตร " บอกว่า มนุษย์โลกสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวมานานแล้วโดยทาง " โทรจิต " แต่ทาง " สหรัฐอเมริกา " นั้นค่อนข้างปกปิด เรื่องนี้ ทำให้คนส่วนมากในโลกไม่รู้ ในเมื่อไม่รู้ ก็จะมองว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องเหลวไหล " อาจารย์ สุมิตร " เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA มาหลายปีแล้ว ท่านเคยไปบอกให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ของไทยควรเร่งสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพคนไทยจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 โดยเร็ว เพราะ " คุณสุวิช " มี เทคโนโลยีในการสร้างแล้ว ขาดก็แต่งบประมาณเท่านั้น แต่กลับไม่มีใครเชื่อ แถมมองว่าท่านเป็นบ้าอีกด้วย พวกฝรั่งเขารู้กันมานาน เขาสร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกในค.ศ. 2012 เกือบเสร็จแล้ว แต่คนไทยยังไม่เชื่อ จะจมน้ำตายกันอยู่แล้ว ไม่รู้วันๆ คนไทยทำอะไรกันอยู่ น่าสงสารคนไทยจริงๆ " อาจารย์ สุมิตร " ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน นี่เป็นเรื่องจริง ที่ฝรั่งเค้าตื่นตัวกัมาก โดยเฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์อวกาศ แต่คนไทยเกือบทั้งหมดยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ น่าสงสารคนไทยจริงๆ " อาจารย์ สุมิตร " กล่าวว่า คนไทยน่าจะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว อีก 3 ปี ได้จมน้ำตายแน่ๆ เพราะอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 นั้นเป็นวันหายนะที่ร้ายแรงมาก ร้ายแรงขนาดล้างโลกเลยทีเดียว ไม่งั้นมนุษย์ต่างดาวเค้าคงไม่มาทำงานร่วมกับองค์การ NASA เพื่อช่วยในการสร้างยานอพยพผู้คนในครั้งนี้เป็นแน่นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพราะ อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA จริง มีตัวตนจริงๆ
ลองหาข้อมูลของ อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ใน Google ดูนะ



















ฉะนั้นบอกคนที่คุณรักซะว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหน เพราะอีก 3 ปี..คงไม่มีโอกาสได้บอก


ทาง NASA ได้คํานวนไว้เเล้ว

- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ ( ระบบขีปนาวุธ computer)
- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคใบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม
- สนามแม่แหล็กโลก ( Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เเละในที่สุดเราก็จะตายกันหมด
- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
- แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม












นอกกรอบ

ทางโหราศาสตร์ - บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือก และดวงอาทิตย์
ทางโบราณคดี - อย่างที่พูดข้างต้นไว้...เป็นวันสุดท้ายในปฏิทินของช าวมายันมีเเค่ 2012 เท่านั้น
ทางการทำนาย - นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับ ทางโหราศาสตร์
ทางด้าน UFO - ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้บอกเค้า(แล้วแต่ความเชื่อ...)
ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลาย ๆ ทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012 นั้นน่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับมามองดูปี 2012 ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่น ๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า) ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ. มันเป็นปี 2555 ( เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5 เรียงตัวกัน 3 ตัวผมขอโยงไปเรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่ และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศและจักรวาล ยังที่บอกไวว่าดาวเเบบเราไม่ได้มีเเบบนี้ใบเดียวจริงๆ มี 200 กว่าดวง




















ข้างล่างนี้เเล้วเเต่คนจะเชื่อครับ

1. ประกาศจากองค์การ NASA วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ( พ.ศ. 2555) วันนั้นแกนโลกของเราจะพลิกกลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้ ช่วงเวลานั้น โลกของเราจะไม่มีสนามพลังแม่เหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองจากสนามพลังแม่เหล็ก และ รังษีต่างๆจากอวกาศ แล้ววัน นั้นจะเป็นวันเดียวกับที่ ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ. 2544 ถ้าาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี ( 2544 + 11 = 2555) ขณะ ที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็ก และรังษีความร้อนสูงมายังโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โลก ไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง ผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลัน น้ำท่วมโลกฉับพลัน ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ( พ.ศ. 2555)
..ภาพจำลองของ NASA..

2. ชาวมายา ( ชนเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) ทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ชนเผ่ามายานี้มีความสามารถในการคำนวนการโคจร การเกิดดับของดวงดาวอย่างไม่น่าเชื่อ คือเขาสามารถคำนวนว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้กัน แล้วยังสามารถคำนวนเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลได้อย่างแม่นยำมาก
ชาว มายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ( พ.ศ. 2555) พวกเขาบอกด้วยว่า วันนั้นโลกจะถึงจุดสิ้นสุด (โดยบอกไว้เมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว) น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับองค์การ NASA อ่ะ

3. นาย Gordon-Michael Scallion เป็นผู้หยั่งรู้อนาคต ( futurist) มีญาณทัศนะ( Spiritual Visionary) คือมองเห็นอนาคตด้วยญาณ มีความแม่นยำมาก เขาได้ทำนายว่า น้ำกำลังจะท่วมลก จนหลายประเทศหายไปจากแผนที่ ประเทศที่เป็นเกาะจะจมน้ำทั้งหมด ประชากรโลกที่รอดตายมีเพียง 10% เท่านั้น เขาเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในระหว่างปี 1998-2012 ( พ.ศ. 2541- พ.ศ. 2555) และเขาได้สร้างแผนที่โลกใหม่หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1978 ( พ.ศ. 2521) ซึ่งประเทศไทยเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น


















ทําไมน่ากลัวยังงี้นะ...
ทำไมจึงไม่เป็นข่าวใหญ่โตหลายคนคงสงสัยผมได้ข้อมูลมาคับ
หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่มีข่าวออกทาง TV
เค้าประกาศเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกมาหลายปีแล้วคับ ถ้าอยากจะอ่านย้อนหลัง
ให้เข้า Google พิมพ์ว่า องค์การ NASA แกนโลกพลิก 2012
หรือถ้าชอบอ่านภาษาอังกฤษให้พิมพ์ว่า Pole Shift NASA 2012

ถ้าคิดว่า อะไรที่เป็นข่าวจะต้องออก TV ล่ะก็นะ
พี่ๆคงเข้าใจผิดอ่ะคับ เพราะ TV เมืองไทยเค้าเซ็นเซอร์ เค้าไม่ได้ให้ออกทุกอย่างหรอก
ข่าวบางอย่าง ประเทศอื่นเป็นข่าว แต่ในไทยไม่ออกข่าว มีมากมาย เพราะมีญาติอยู่ที่อเมริกา
TV เมืองไทย ไม่ได้เสรีอย่าง อเมริกา

ถ้าจะดูข่าวแบบไม่เซ็นเซอร์ ขอแนะนำให้ดูทาง เคเบิ้ล TV
หรือติดจานดาวเทียม หรือ ตามข่าวจาก Internet เพราะสื่อแบบหลังๆนี้ ไม่มีการเซ็นเซอร์เนื้อหา มาแบบเต็มๆคับ
หลายๆคนเค้าเลิกดู TV เมืองไทยแล้ว งี่เง่า ห่วยแตก ปัญญาอ่อน แหะๆ ดูแล้วหงุดหงิดอ่ะคับ

เรื่องแกนโลกพลิกเนี่ย เป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา และ ยุโรป เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
แต่เมืองไทยกลับไม่มีข่าว สงสารคนไทยจริงๆคับ ดีนะยังมี Internet

เพราะถึงแม้ว่าคนทั่วไปจะรับรู้ทุกๆคน ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
แม้แต่องค์การ NASA เอง ก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรเลย เพราะนี่คือมหันตภัยที่ใหญ่หลวงที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยพบมา
ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ ทางรอดมีทางเดียว อพยพผู้คนไปดาวดวงอื่นคครับ ซึ่งในทางปฏิบัติ น่าจะเป็นไปได้เพราะ NASA ต้องหาทางออกได้เเน่


เเละคุณจะทําไงต่อไป
1. หาวิธีเอาตัวรอดที่จะอยู่บนโลกนี้
2. อย่เฉยๆ
3. ไม่รู้เหมือนกัน
MailScanner has detected a possible fraud attempt from "www.mthai.com" claiming to be http://www.youtube.com/watch?v=Hz86TsGx3fc&eurl=http%3A%2F%2Fwww%2Earip%2Eco%2Eth%2Fnews%2Ephp%3Fid%3D409357&feature=player_embedded
หรือมันจะเป็นเเบบนี้ ไมมีไครคิดไว้เลย 3 ปีเท่านั้นรอดูกัน
โลกเราหรือเนีย ประเทศไทย

ข่าวคืบหน้า
แกนโลกจะพลิกกลับขั้ว " Pole Shift" บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์
เเละอาจเกี่ยวกับไดโนเสาตาย

แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012

จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น























ดาว NIBIRU
ที่สามารถมองเห็นด้วยกล้องดูดาว
ปัจจัยที่ดาวนิบิรุชนดาวโลกในปัจจัยข้อนี้มีโอกาศชนถึง 95 เปอร์เซ็นโดยประมาณที่จะทำไห้โลกแตกและหายไปทั้งดวงและอีก 3 เปอร์เซ็นโดยประมาณโลกจะหายไปส่วนหนึงดาวโลกจะเกิดการขาดสมดุลทางด้านแรงโน้มถ่วงและทำไห้โลกเราอาจจะเกิดการเปลี่ยนวงโครจรและทำไห้มนุษย์ตายและลอยเควงควางอยู่กลางอากาศอีก 1 เปอร์เซ็นโดยประมาณดาวนิบิรุชนดวงจันทร์ทำไห้ดาวนิบิรุเปลี่ยนวงโคจรทำไห้ไม่ชนโลกแต่สะเก็ดดวงจันทร์จะตกลงมายังโลกและเกิดการเสียหายอยู่ดีและำไห้น้ำถ้วมโลกเพราะไม่มีดวงจันทร์ทไห้ไม่เกิดปรากฎการน้ำขึ้นน้ำลงจึงทำไห้นำถ้วมโลกอยู่ดีและอีก 0.02 โดยประมาณดาวนิบิรุเพียงแค่เฉียดโลกเฉยๆ
ทั้ง 3 อย่าง NASA ว่าจะเกิดขึ้น(พร้อมกัน) ในวันที่ 22 หรือ 21 ธันวาคม ค.ศ . 2012 หรือ พ. ศ. 2555

*****************************************************
คัดมาจากอีเมล์ที่ได้รับ (ไม่มีเว็บไซต์อ้างอิง)
จะหาข้อมูลมาเพิ่มเติม เพื่อการศึกาต่อไป
30 มีนาคม 2554
*****************************************************

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

เขย่าไทย! ดินไหวทั่วภาคเหนือ



เขย่าไทย! ดินไหวทั่วภาคเหนือ












ผวาลมญี่ปุ่นพัดรังสีถึงไทย ชาวโตเกียวตื่น"ฝนเหลือง" ทีมกู้โรงนิวเคลียร์ดับ5ศพ









เขย่าเหนือ






นักท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ออกจากห้องพักลงมายืนหน้าโรงแรม หลังเกิดแผ่นดินไหวในประเทศพม่า ขนาด 7 ริกเตอร์ รู้สึกถึงแรงสะเทือนได้ในหลายจังหวัดภาคเหนือของไทย เมื่อค่ำวันที่ 24 มี.ค.

"กษิต" เผยยังติดต่อกับคนไทยในญี่ปุ่นเกือบ 600 คนยังไม่ได้หลังเกิดพิบัติภัยดินไหว-สึนามิ และอีก 488 คนอยู่ใน 3 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงเรื่องผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีรั่วไหล "มาร์ค" ทบทวนโครงการโรงงานไฟฟ้านิว เคลียร์ในไทย สธ.สั่งตรวจเข้มผัก-ผลไม้ทุกรายการที่นำเข้าจากเกาะฮอนชู ด้าน อย.เผยผลสุ่มตรวจสินค้านำเข้าจากแดนปลาดิบยังไม่พบปนเปื้อนรังสี ดร.สมิทธชี้ปลายปีนี้ถ้าลมเปลี่ยนทิศอาจทำให้รังสีจากญี่ปุ่นมาถึงไทยได้ คนโตเกียวผวา "ฝนเหลือง" ตกถล่มโทร.แจ้งกรมอุตุฯ วุ่นจนสายแทบไหม้ ขณะที่เทศบาลโตเกียวขนน้ำเปล่าหลายแสนขวดแจกครอบครัวที่มีเด็กทารก เปิดภาพปฏิบัติการสละชีวิตกอบกู้วิกฤตโรงงานนิวเคลียร์ของทีม "ฟูกูชิมะฟิฟตี้" ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 ราย บาดเจ็บนับสิบ นานาชาติสั่งแบนระงับนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากญี่ปุ่นต่อเนื่อง


ยังติดต่อ 541 คนไทยไม่ได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด โดยนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากประเทศญี่ปุ่นต่อประเทศไทย รวมทั้งความช่วยเหลือญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติ และการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น 40,000 คน ว่า ขณะนี้มีมาตรการช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออย่างไร หลังจากญี่ปุ่นห้ามบริโภคนมและผักเนื่องจากมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนในระดับ 5 ไทยเตรียมพร้อมอย่างไร และโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยที่จะเริ่มปี 2557-2562 มีแผนรับมืออย่างไร และยังตั้งกระทู้ถามเรื่องระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ชี้แจงว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในญี่ปุ่นดำเนินการทั้งจากรัฐ เอกชน และสภากาชาด โดยประสานให้วัดปากน้ำ นาริตะ ที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ประสานเครื่องใช้ที่ส่งไป โดยของล็อตแรกส่งไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน รวมทั้งผ้าห่มพระราชทานกว่า 3 หมื่นผืน สำหรับการดูแลคนไทยนั้นยอมรับว่ายังมีปัญหากับการติดต่อคนไทย 541 คนเพราะระบบโทรศัพท์พื้นฐานเกิดปัญหา แต่คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศทางการบินไทยเตรียมเที่ยวบินให้พร้อมแล้ว หากใครไม่มีตั๋วทางสถานทูตไทยกรุงโตเกียว และสถานกงสุลโอซาก้า พร้อมสำรองค่าใช้จ่ายให้ก่อน


488 คนอยู่ในจว.รังสีลาม

นายกษิตกล่าวว่า สำหรับเรื่องสารกัมมันต รังสี มีคนไทย 488 คนอยู่ใน 3 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง แต่การตรวจสอบแล้วระดับกัมมันตภาพ รังสียังไม่ถึงขั้นอันตราย แต่ได้เตรียมขนย้าย โดยกำหนดจุดขนย้ายและติดต่อรถบัส รวมทั้งสายการบิน และหาพื้นที่สำรองไว้ 8 พันที่นอน และหากการบินตรงกลับสู่ประเทศไทยมีปัญหา ได้ประสานการบินระยะใกล้ อาทิ จีน เกาหลีใต้ เพื่อไปพักยังประเทศดังกล่าวก่อน

ด้านนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ตอบว่า มาตรการตรวจป้องกันสารกัมมันตรังสีเข้ามาในไทยได้ทำใน 3 ทาง คือ ทางอากาศ อาหาร และบุคคล โดยทางอากาศยังไม่มีความผิดปกติ ส่วนด้านอาหารขยายพื้นที่ตรวจสอบจากชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกไปยังตลาดคลองเตย ซึ่งยังไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน สำหรับเรื่องบุคคลทางกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯร่วมมือกันตรวจคนไทยและคนต่างชาติที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ขอให้มั่นใจในกลไกตรวจสอบของเราว่ามีความพร้อมเพียงพอ


"มาร์ค"เบรกโรงนิวเคลียร์
"เรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ยืนยันว่าแผนงานด้านพลังงานนอกจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แล้วเรายังมีแผนสำรองอยู่ และขณะนี้ยังมีเวลาอีก 2 ปีถึงจะดำเนินการ เราต้องเอาเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นมาพิจารณาทบทวนด้วยแน่นอน ส่วนระบบเตือนภัยสึนามิทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสภาความมั่นคงแห่งชาติดูแลอยู่อย่างเต็มที่" นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงเที่ยงนายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นในประเด็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย โดยระบุว่า เคยบอกตั้งแต่ตอนที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ว่าให้ทบทวนโครงการดังกล่าว ซึ่งคงต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการก่อสร้างคงไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้


คุมเข้มผัก-ผลไม้"ฮอนชู"
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยความคืบหน้ามาตรการตรวจสอบอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ว่า ตั้งแต่ 24 มี.ค. เป็นต้นไป สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เริ่มมาตรการใหม่ คือ ตรวจผัก-ผลไม้ทุกรายการที่นำเข้าจากเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยขอความร่วมมือจากผู้นำเข้า ต้องตรวจผักผลไม้ทุกรายการ และจะยังไม่อนุญาตให้จำหน่ายจนกว่าผลการตรวจจะเสร็จ ต้องได้ผลว่าปลอดภัย ใช้เวลาตรวจประมาณ 1 วัน
เร่งซ่อม - หน่วยกล้าตาย 50 ชีวิตสวมชุดป้องกันสารกัมมันตรังสี เข้าเชื่อมต่อสายไฟฟ้าแรงสูงภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ท่ามกลางกระแสข่าวเจ้าหน้าที่พลีชีพไปแล้ว 5 ราย บาดเจ็บอีก 15 คน




"ประเทศไทยไม่มีการนำเข้านมผงจากประ เทศญี่ปุ่น ส่วนอาหารทะเลยังใช้วิธีปฏิบัติเหมือนเดิม คือเก็บตัวอย่างส่งตรวจอย่างต่อเนื่องทุกวันและขอความร่วมมือผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการนำเข้า ผัก ผลไม้ จากแหล่งผู้ผลิตบนเกาะฮอนชู" นายจุรินทร์ กล่าว


ยังไม่พบสินค้าปนเปื้อน
น.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการอย. กล่าวว่า ตั้งแต่ 16-23 มี.ค. อย.สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อตรวจหาสารกัมมันต รังสี 65 ตัวอย่าง ได้รับผลวิเคราะห์จากสำนัก งานปรมาณูเพื่อสันติ 39 ตัวอย่าง ได้แก่ ปลาสด 29 ตัวอย่าง มันเทศ 1 ตัวอย่าง ลูกพลับแห้ง 1 ตัวอย่าง สตรอว์เบอร์รี่ 2 ตัวอย่าง หอย 3 ตัวอย่าง กุ้ง 2 ตัวอย่างและปลาหมึก 1 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

น.พ.พิพัฒน์ ระบุต่อไปว่า การที่อย.ต้องปรับมาตรการเข้มขึ้นในส่วนของการตรวจผักและผลไม้จากเกาะฮอนชู เพราะพืชเป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากการที่ฝนตกแล้วชะล้างสารกัมมันตรังสีลงมา อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยนำเข้าผักผลไม้จากประเทศญี่ปุ่นน้อยมาก จากการสุ่มตรวจในช่วง 1-2 สัปดาห์มีเพียงมันเทศ 100 กิโลกรัม และสตรอว์เบอร์รี่ 20 กิโลกรัมเท่านั้น ตอนนี้ถือว่ายังทานอาหารจากญี่ปุ่นได้ปลอดภัย


สุ่มตรวจอาหารทะเล
"ไทยไม่ได้นำเข้านมจากประเทศญี่ปุ่น แม้แต่นมที่เป็นยี่ห้อญี่ปุ่นก็ไม่ใช่นมจากญี่ปุ่น ส่วนอาหารทะเลจะเน้นสุ่มตรวจที่ปลาตัวเล็กซึ่งเป็นปลาน้ำตื้น หรือประมงชายฝั่งที่ตรวจพบน้ำทะเลมีกัมมันตรังสีสูง เพราะปลาตัวใหญ่ ส่วนใหญ่จะจับน้ำลึกถึงมหาสมุทรแปซิฟิก ปลาที่ไทยนำเข้ามากสุดคือปลาซาบะและแมคเคอเรล ที่ห่วงตอนนี้คือมีคนที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นแล้วหิ้วพืช ผัก ผลไม้เข้ามาด้วย ซึ่งได้กำชับกองด่านหากพบว่าถือเข้ามาในปริมาณที่มากผิดปกติจะต้องชักตัวอย่างมาตรวจสารกัมมันตรังสีทั้งหมดด้วย แต่ยังเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครถือเข้ามาเพราะทุกคนรับรู้ข้อมูลข่าวสารดี ช่วยกันระวัง" น.พ.พิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ ทางการไทยจะรายงานผลตรวจวิเคราะห์ และสถานการณ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะๆ ผ่านสื่อมวลชน รวมทั้งเว็บ ไซต์ www.fda.moph.go.th., เฟซบุ๊ก FdsThai และทวิตเตอร์ @FDAthai


เวียดนามก็สร้างโรงนิวเคลียร์
เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อนโยบายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ โดยศึกษาจากบทเรียนกรณีภัยพิบัติในญี่ปุ่น มีนางนิภา พริ้มศุลกะ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธาน เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในฝ่ายเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และตัวแทนเครือข่ายประชาชนที่คัดค้านจาก จ.ตราด นครสวรรค์ และ ชุมพร ร่วมแสดงความเห็น

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวในที่ประชุมว่า ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ร่วมกับรัสเซีย ดังนั้น แม้ในไทยไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ถ้าเกิดรั่วไหลจากเวียดนามก็มาถึงไทยตายเหมือนกัน ตนเห็นด้วยกับพลังงานทางเลือกนี้ ขอแต่เรามีระบบป้องกันที่ดี ซึ่งไทยมีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ เยอะ หากไปหวังพลังงานลม น้ำ ก็มีไม่เพียงพอ จึงอยากให้มาพูดความจริงกันดีกว่า อย่าไปคิดในสิ่งที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นแล้วกระโตกกระตากตกใจไปใหญ่


สมิทธชี้-ปลายปีรังสีอาจถึงไทย
ดร.สมิทธให้สัมภาษณ์ภายหลังจบการประชุม ว่า การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิว เคลียร์มีความ จำเป็น เนื่องจาก 30-40 ปีข้างหน้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะหมดไปจากโลกนี้ ส่วนตัวมองว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาดที่สามารถใช้ทดแทนได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชา ชนต่อต้าน มองว่าเป็นเพราะขาดความรู้ ความเข้าใจโดยละเอียด หากหน่วยงานรัฐเข้าไปให้ความรู้ด้านประโยชน์และข้อเสียอย่างละเอียดประชาชนจะเข้าใจ ไม่มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นระเบิด รังสีที่เป็นอันตรายจะมาถึงประเทศไทยหรือไม่ นายสมิทธตอบว่า ตอนนี้ไม่มี แต่มีความเป็นไปได้ในช่วงปลายปีนี้ ที่ลมเปลี่ยนทิศทางมาเป็นทางตะวันตกเฉียงใต้ สารกัมมันตรังสีอาจมาถึงไทยได้ ส่วนจะทำอันตรายกับประชาชนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของรังสีที่ปล่อยออกมา เมื่อถึงเวลานั้นคงต้องตรวจวัดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนยังคงคัดค้านโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เนื่องจากกังวล เรื่องอันตรายของสารกัมมันตรังสี




ทูลกระหม่อมฯทรงช่วยญี่ปุ่น

ที่กระทรวงการต่างประเทศ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดให้นายอิสสระ สมชัย รัฐ มนตรีว่าการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้แทนพระองค์ มอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ในนามของมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ โดยมีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้รับมอบถุงยังชีพพระราชทาน ภายในประกอบด้วยของใช้อุปโภค -บริโภค รวมมูลค่ากว่า 10,000,000 บาท



โตเกียวผวา"ฝนเหลือง"

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกิดฝนสีเหลืองตกลงมาเมื่อวันพุธที่ 23 มี.ค. ในเขตคันโต และพื้นที่โดยรอบกรุงโตเกียว กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรับแจ้งจากประชาชนกว่า 200 รายในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 มี.ค. ว่า พบคราบน้ำฝนสีเหลืองตามหลังคาและเจิ่งนองตามพื้น ทำให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่วว่าน้ำฝนปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี เป็นเหตุให้กรมอุตุนิยมวิทยาต้องออกแถลงการณ์ว่า น้ำฝนสีเหลืองเกิดจากละอองเกสรดอกไม้ ไม่ใช่สารกัมมันตรังสีซึ่งรั่วไหลมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จ.ฟูกูชิมะ ซึ่งห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 240 ก.ม. อย่างที่ประชาชนหวาดกลัว

ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า ละอองเกสรดอกไม้จำนวนมากฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศเหนือเขตคันโต และรวมตัวตกลงมากับน้ำฝน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสำนักงานเทศบาลกรุงโตเกียวเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่าน้ำฝนจะมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อน แต่ไม่มากจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ


แจกน้ำขวดให้เด็กทารก
ด้านเทศบาลเมืองกรุงโตเกียว ทยอยแจก น้ำดื่มบริสุทธิ์ 240,000 ขวด ให้กับครอบครัวที่มี เด็กทารก แต่ละขวดมีปริมาณน้ำ 550 มิลลิลิตร และจะแจกให้กับเด็กทารกคนละ 3 ขวด หลังทางการตรวจพบสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนในน้ำประปาในระดับที่ไม่ปลอดภัยกับเด็กทารก และสั่งห้ามนำน้ำไปชงนมให้เด็กกิน จนทำให้ ประชาชนแตกตื่นแห่ซื้อน้ำขวดตามร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วกรุงโตเกียว จนหมดเกลี้ยงในเวลารวดเร็ว แม้ว่าทางร้านจะกำหนดให้ลูกค้าซื้อได้คนละ 2 ลิตร ก็ตาม ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่ากักตุนน้ำ


50 ผู้กล้า-ตายแล้ว 5

เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ ประเทศอังกฤษ เผยแพร่ภาพถ่ายปฏิบัติการนาทีชีวิตของทีม "ฟูกูชิมะ ฟิฟตี้" หรือ "ฟูกูชิมะ 50" ซึ่งเสียสละยอมเสี่ยงตายอาสาฝ่ารังสีเข้าไปเชื่อมระบบไฟฟ้าในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะของบริษัทโตเกียว อิเล็กทริกส์ เพาเวอร์ (เทปโก้) เป็นครั้งแรก พร้อมกับมีรายงานข่าวว่า เสียชีวิตไปแล้ว 5 รายเพราะได้รับสารกัมมันตรังสีเข้มข้นเข้าสู่ร่างกาย ส่วนอีก 15 รายอาการโคม่า ล่าสุดหามส่งโรงพยา บาลด่วนอีก 3 ราย

ทีมฟูกูชิมะ 50 มีทั้งหมด 200 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะระดับล่างไปจนถึงระดับกลาง สลับสับเปลี่ยนกันทำงานรอบละ 50 คนต่อ 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารกัมมันตรังสีนานเกินไป ภารกิจหลักคือการทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาหนทางเชื่อมระบบไฟฟ้าเข้ากับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และระบบของโรงไฟฟ้า และหาทางระบายความร้อนออกจากเตาปฏิกรณ์เพื่อป้องกันการระเบิด


ทีมกู้ภัยโดนรังสีไหม้เท้า
เกียวโดแจ้งว่า บริษัทเทปโก้เผยรายละเอียดอาการของทีมฟูกูชิมะ ฟิฟตี้ จำนวน 3 คน ที่ถูก หามส่งโรงพยาบาลฟูกูชิมะโดยด่วน เพราะร่างกายถูกรังสีว่า 2 ใน 3 คน นี้บริเวณผิวหนังที่เท้าเกิดไหม้อย่างรุนแรง เพราะต้องเดินลุยน้ำปนสารกัมมันตรังสีเพื่อวางสายเคเบิลในโรงไฟฟ้า แต่ปรากฏว่าน้ำดังกล่าวเล็ดลอดซึมเข้า ไปในชุดได้ ซึ่งหลังจากนี้อาจต้องนำตัวส่งไปรักษาต่อที่สถาบันรังสีวิทยาแห่งชาติใน จ.ชิบะ


เริ่มมีไอน้ำจากเตาปฏิกรณ์

ข่าวแจ้งด้วยว่า ความพยายามควบคุมการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเริ่มเห็นผลแล้วในเช้าวันที่ 24 มี.ค. หลังจากเริ่มมีกลุ่มไอน้ำพ่นออกมาจากอาคารที่ตั้งเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1, 2, 3 และ 4 เป็นครั้งแรก เป็นสัญญาณแสดงว่าความพยายามระบายความร้อนและแรงดันให้กับแกนกลางของเตาปฏิกรณ์เดินมาถูกทาง แม้เมื่อวันพุธจะมีกลุ่มควันดำพุ่งออกมาจากด้านบนของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ซึ่งทำให้ปฏิบัติการหล่อเย็นให้กับเตาปฏิกรณ์ทั้ง 4 เครื่องต้องหยุดชะงักลง และเทปโก้สั่งถอนเจ้าหน้าที่ออกมาอย่างกะทันหันเพื่อความปลอดภัย


หลายชาติแบนอาหารยุ่น

เอเอฟพีรายงานว่า ประเทศที่สั่งงดนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นเพราะกลัวการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และรัสเซีย ขณะที่ฝรั่งเศสเรียกร้องให้สหภาพยุโรปดำเนินการอย่างเดียวกัน โดยการงดนำเข้าดังกล่าวเน้นไปที่ผักสด ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์จากนมที่มาจาก 4 จังหวัดของญี่ปุ่น ได้แก่ จ.ฟูกูชิมะ สถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กับจังหวัดใกล้เคียงคือ จ.อิบารากิ จ.กุนมะ และจ.โตชิกิ

ด้านออสเตรเลียนอกจากสั่งงดนำเข้าผักสดผลไม้แล้ว ยังงดการนำเข้าสาหร่ายทะเลและอาหารทะเล รวมถึงเก็บสินค้าอาหารต่างๆ ที่มาจากญี่ปุ่น แม้จะนำเข้ามาก่อนวันเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิออกจากตลาดด้วย โดย ให้เหตุผลว่า ความเสี่ยงของผู้บริโภคชาวออส เตรเลียที่จะสัมผัสกับรังสีเป็นสิ่งที่เพิกเฉย ไม่ได้ ส่วนฟิลิปปินส์สั่งงดนำเข้าช็อกโกแลตจากญี่ปุ่น

มีรายงานว่า ทางการกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย สั่งกักเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามาที่แล่นผ่านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะของญี่ปุ่น และให้ลูกเรือทั้ง 19 คนเข้ารับคำแนะนำทาง การแพทย์หลังตรวจพบว่ามีปริมาณกัมมันตรังสีในห้องเครื่องยนต์ของเรือเข้มข้นเกินกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า


ไต้หวันตรวจรังสีจ.ม.-พัสดุ
บริษัทชุงหวา โพสต์ ธุรกิจไปรษณีย์ของรัฐบาลไต้หวัน แถลงว่า เริ่มตรวจสอบหาการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในพัสดุทุกชิ้นและจดหมายทุกฉบับที่ส่งมาจากญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา เพื่อความมั่นใจในความปลอด ภัยก่อนจะส่งให้ถึงมือผู้รับ แต่จนถึงขณะนี้ยังตรวจไม่พบการปนเปื้อน ซึ่งในแต่ละเดือนไปรษณีย์ไต้หวันจะได้รับพัสดุเฉลี่ยกว่า 50,000 ชิ้น และจดหมายราว 20 ตันจากญี่ปุ่น


ตายเพิ่ม-2.6 หมื่นราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น แถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากพิบัติภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ ล่าสุดอยู่ที่ 9,737 ศพ สูญหาย 16,423 คน คาดว่าผู้สูญหายจะเสียชีวิตแล้วทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมสูงถึง 26,000 ราย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2,777 คน

ส่วนวิกฤตสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จ.ฟูกูชิมะ ทำให้ชาวบ้านกว่า 70,000 คน ที่พักอาศัยในรัศมี 20 ก.ม. รอบโรงไฟฟ้า ต้องอพยพทิ้งบ้านเรือนไปหาที่ปลอดภัย และอีกราว 130,000 คน ในรัศมีไกลออกมาอีก 10 ก.ม. ได้รับคำเตือนให้อยู่แต่ในบ้าน และอาจจะต้องอพยพทิ้งบ้านเรือนหากว่าสถานการณ์รังสีรั่วไหลเลวร้ายขึ้นอีก


เริ่มผลิต"พรีอุส-เลกซัส"
เอเอฟพีรายงานว่า บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเริ่มกลับมาเดินสายพานการผลิตรถยนต์ไฮบริด รุ่น พรีอุส และเลกซัส อีกครั้งในวันจันทร์หน้านี้ เพราะเริ่มมีความพร้อมแล้วและต้องการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น แต่จะสั่งการชะลอการผลิตในโรงงานบางแห่งในสหรัฐ ลงเนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่จากโรงงาน ซึ่งอยู่ในพื้นที่แผ่นดินไหว

ขณะที่บริษัทฮอนด้า ซึ่งเป็นคู่แข่ง จะระงับการผลิตในโรงงานในประเทศ 2 แห่งไปจนถึงวันที่ 3 เม.ย. เนื่องจากความยุ่งยากที่เกิดขึ้นภายหลังแผ่นดินไหวและสึนามิ รวมถึงยังถูกจำกัดการใช้กระแสไฟฟ้า แต่ฮอนด้าจะผลิตรถจักรยาน ยนต์ที่โรงงานคุมาโมโตะอีกครั้งวันจันทร์นี้


ดินไหวเขย่าไทย!

เมื่อเวลา 21.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ทั้งจ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.แพร่ จ.พะเยา จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.ลำพูน จ.ลำปาง โดยแรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนและอาคารสูงหลายแห่งเกิดอาการสั่นไหวค่อนข้างรุนแรง เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหาย ทั้งนี้ มีรายงานจากสถานีอุตุนิยมวิทยา ศูนย์กลางแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ เกิดขึ้นทางตอนใต้ของประเทศพม่า ซึ่งติดชายแดนประเทศไทย

*******************************************************************
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakkxTURNMU5BPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdNeTB5TlE9PQ==
*******************************************************************