วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

สุทรียรสในบทเพลง


ก็ใจอยากจะถามเหนื่อยไหมวันนี้เธอ
กับทางแห่งฝันเธอที่สวยงาม..แต่แสนไกล..
ที่ต้อง..เดินลำพังคนเดียว..โดยไม่มีใคร
"เธอคงเหงาใช่ไหมคนดี"..

เธออาจจะล้มลุกท้อใจแค่กลางทาง
อาจเหนื่อยและสิ้นหวัง หมดแรงจะก้าวไป
ก็เลยมีคำนี้ฝากมาให้เธอไป
จากหัวใจ "ด้วยรักและหวังดี"

ตะวันไม่สิ้นแสง...ขอเธอ..อย่าสิ้นหวัง
เอา " ใจ "เป็นพลัง...สร้างฝันกันต่อไป
หากวันใด...อ่อนล้า...เจ็บมาไม่มีใคร
อยากบอกให้รู้ไว้ "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ"

แค่เพียงเธอเอาฝันเขียนลงที่หัวใจ
และบอกตัวเองไหว จะ"สู้จนสุดแรง"
ต่อให้ภูเขาสูงกั้นความหวังเป็นกำแพง
แต่ "ใจ" ไม่สิ้นแรง...จะข้ามไปยังฝั่งฝัน


 
"จะอยู่เคียงข้างเธอ" คำง่ายๆ แต่กินใจเหลือคณา คำง่าย ๆ ไม่ได้เป็นคำที่เลือกสรรใช้เฉพาะภาษากวี
การใช้ภาษาง่ายกว่าเพลงลูกกรุงในยุคก่อนๆ มาก แต่ก็สามารถก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ได้ทุกวรรค ทุกตอน ฟังแล้วทำให้น้ำตารื้นได้(หลายครั้งด้วย) "เธออาจจะล้มลุก..อาจเหนื่อยและสิ้นหวัง..ก็เลยมีคำนี้มาฝาก..จากหัวใจ "ตะวันไม่สิ้นแสง..ขอเธออย่าสิ้นหวัง..เอาใจเป็นพลัง..สร้างฝันกันต่อไป" ให้ภาพพจน์ก่อให้เกิดกำลังใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

สุนทรียรส ของเพลงนี้ที่สื่อออกมาให้ผู้ฟังได้รับรู้ น่าจะมีหลายรส ผู้เขียนขอวิเคราะห์จากความประทับใจและซาบซึ้งกับเนื้อเพลงที่เกิดกับตัวเอง(นะคะ)..ดังนี้

๑.รสแห่งความรัก : ที่สัมผัสได้ ปรากฏในทุกวรรคตอนของเนื้อเพลง ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่มีอยู่ในธรรมชาติ และธรรมชาติของความรักก็แสนงดงาม รสคำและรสความที่ปรากฏในทุกวรรคตอนของเนื้อเพลงบ่งบอกถึงความรักที่เป็นพื้นฐานของกำลังใจ ความเอื้ออาทร และความเมตตากรุณา


๒.รสแห่งความเมตตากรุณา : ที่สัมผัสได้ "..มีคำนี้ฝากมาให้เธอ..จากหัวใจ..ด้วยรักและหวังดี.. และอีกสัมผัสหนึ่ง "..หากวันใดอ่อนล้า เจ็บมาไม่มีใคร อยากบอกให้รู้ไว้ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ.." ก่อให้เกิดกำลังใจ และความสุขอย่างเต็มหัวใจเชียวละ อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่เหมือนจะหายไปโดยพลัน (เคยเขียนบันทึกนี้ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่ออยู่โรงพยาบาล)


๓.รสแห่งความห่วงใยเอื้ออาทร ที่สัมผัสได้ "..ก็ใจอยากจะถาม เหนื่อยไหมวันนี้เธอ.." "เธอคงเหงาใช่ไหมคนดี" "..หากวันใดเธออ่อนล้า เจ็บมาไม่มีใคร อยากบอกให้รู้ไว้ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ" ฟังแล้วต้องหยุดปล่อยให้ก้อนสะอื้นย้อนคืนลงไปในอก..เป็นความสะเทือนใจที่เกิดจากการได้รับความห่วงหาอาทร(อาจซ้ำกับความเมตตากรุณา แต่คิดว่าเมื่อมีความห่วงใยและปรารถนาที่จะช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ซื่งก็คือ ความกรุณา นั่นเอง)


๔.รสแห่งกำลังใจ ที่สัมผัสได้จากถ้อยคำ "...แค่เพียงเธอเอาฝันเขียนลงที่หัวใจ และบอกตัวเองไหว จะสู้จนสุดแรงต่อให้ภูเขาสูงกั้นความหวังเป็นกำแพง แต่ใจไม่สิ้นแรง จะข้ามไปยังฝั่งฝัน..." ก่อให้เกิดพลัง และกำลังใจขึ้นมา ชนิดที่ภูเขาสูงแค่ไหนก็กั้นไว้ไม่ได้ถ้าใจพร้อมจะสู้


รสคำหรือรสถ้อยที่แสนเสนาะเพราะพริ้งที่สามารถสัมผัสได้จากบทเพลงทุกคำ เมื่อนำมาวางเรียงกันเป็นรสความแล้ว ช่างก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจเกินบรรยาย ดังเช่น ..หากวันใดอ่อนล้า..เจ็บมาไม่มีใคร..อยากบอกให้รู้ไว้ "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ" กระทบอารมณ์ใครอีกบ้างคะ..นอกจากผู้เขียนเองแล้ว


ความงามอันลุ่มลึกที่มีทั้งความไพเราะและความงดงามของภาษาในบทเพลงสามารถกระทบอารมณ์ผู้อ่านผู้ฟังให้เกิดความซาบซึ้งประทับใจได้ นี่กระมัง "สุนทรียรสในบทเพลง"


ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงรักภาษาไทยและรักบทเพลง เพราะความงามอันลุ่มลึกที่มีทั้งความไพเราะและความงดงามของภาษาในบทเพลง สามารถกระทบอารมณ์ผู้อ่านผู้ฟังให้เกิดความซาบซึ้งประทับใจได้


ภาษาไทยมีความงดงามยิ่งนัก

http://gotoknow.org/blog/pasathaiauon/155385