วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

ข่าวลือ

(ประเทศพม่า)


แผ่นดินไหวกลาง กทม.!!

ผมบอกไม่ให้แตกตื่นไง!

ในเนื้อข่าว คุณสมิทธิ์ก็ไม่ได้บอกว่าจะเกิดแผ่นดินไหวกลาง กทม.!!



กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์
กลาง 26 มี.ค.2011 เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่ ....
ในเนื้อข่าว คุณสมิทธิ์ก็ไม่ได้บอกว่า จะเกิดแผ่นดินไหวกลาง กทม. ...
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/to...84450.html

กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์
กลาง 26 มี.ค. 2011 กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง ...
http://www.pantip.com/cafe/home/topic/R1...84435.html

พบ รอยเลื่อนนครนายก รอยเลื่อนแผ่นดินไหว30 มี.ค. 2011
13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย 1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ครอบคลุม พื้นที่ จ. ...

ตอบข่าว:คนกรุงเสียว!! พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ ...
พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!! | Talkystory30 มี.ค. 2011 ...
13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย. 1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ...
พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!!,


http://www.talkystory.com › Hilight



















ด่วนล่าสุด!!!

ตรวจพบรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่ 15 "ผ่าใจกลางกรุงเทพฯ" อันตรายสุดๆ

รอยเลื่อนเหล่านี้ขยับตัวเมื่อไหร่ จะเกิดแผ่นดินไหวถึงเก้าริกเตอร์ ....

ประชาชนในกรุงเทพ ต้องเตรียมถุงยังชีพหากมีการเลื่อนจริงๆ ...

อันตรายจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ...

ในช่วง ๘๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีการตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดกลางถึง ๘ ครั้ง ... เพื่อศึกษาโอกาสการเคลื่อนที่ของคลื่นแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนใกล้เคียงมายังกรุงเทพม​หานคร ...

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28



Business News :

คนกรุงเสียว!! พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ30 มี.ค. 2011 ... ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...

http://www.bsnnews.com/news/index.php?NewsID=

30/03 นักธรณีวิทยา เผยพบรอยเลื่อนมีพลังใหม่ เขย่าขวัญคนกรุงเทพฯ ...

ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...
http://www.paipibut.org/view.php?dataid=

...เลื่อนใหม่ รอยเลื่อนนครนายก มีผลกระทบ กทม - ปาก(คลอง)ตลาด ...ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น ...
http://www.pageantport.com › ปาก(คลอง)ตลาด

ข่าว แผ่นดินไหว ลือ 31ส.ค. กรุงเทพ เกิด แผ่นดินไหว เตือนอย่าแตกตื่นลือ! 31 สิงหาคม กรุงเทพฯ เกิดแผ่นดินไหว เตือนอย่าแตกตื่น ... จะเกิดภัยพิบัติครั้งรุนแรงกลางกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ... ในฐานะนักวิชาการ ที่ศึกษาวิจัยรอยเลื่อนแผ่นดินไหวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ...
hilight.kapook.com/view/27487

*********************************************************


กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง เหตุจาก 13 รอยเลื่อนขยายตัว ...

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายสมิทธเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเก็บข้อมูลสถิติการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้ง พบว่า 13 รอยเลื่อนแต่ละแห่งมีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกือบทุกรอยเลื่อนแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด เป็นรอยเลื่อนในภาคเหนือ โดยเฉพาะรอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่าน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เป็นจุดที่อันตรายที่สุด มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่ารอยเลื่อนอื่นๆ เนื่องจากอยู่ใกล้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศพม่า และทำให้รอยเลื่อนเกิดการขยายออกอีก จึงอยากจะเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรระวังและเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะรอยเลื่อนในประเทศไทยต้องเกิดแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ายังไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในวันเวลาใดเท่านั้น

ผอ.สำนักธรณีวิทยาฯกล่าวต่อว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ขณะนี้มีกฎกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้แล้วเมื่อปี 2550 กำหนดพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ โดย "บริเวณเฝ้าระวัง" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรวม 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี "บริเวณที่ 1" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร "บริเวณที่ 2" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายเป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) กล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7-8 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนที่ใกล้กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี อาจมีแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. หรือรอยเลื่อนสะแกรง ที่พาดผ่านประเทศพม่าและทะเลอันดามัน ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 8 ริกเตอร์ หรือแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ห่างจากกรุงเทพ 600 กิโลเมตร ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8-9 ริกเตอร์ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กรุงเทพฯก็ได้รับผลกระทบ เหมือนที่เคยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ที่มีการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.1 ริกเตอร์ ทำให้อาคารสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พังลงมา มีประชาชนเสียชีวิตประมาณ 1 หมื่นคน ทั้งนี้ กรุงเทพฯอาจไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็จะมีความเสียหายมาก ขณะนี้กำลังศึกษาโมเดลการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาจนบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ที่ จ.กาญจนบุรีและเชียงใหม่ทำเสร็จแล้ว เบื้องต้นใน จ.เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่อยู่ใกล้ๆอาคารต่างๆในเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง จะผู้เสียชีวิตประมาณพันคน ส่วนใน จ.กาญจนบุรี ศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดแผ่นดินไหว ที่รอยเลื่อนป้องตี้ ประมาณ 6 ริกเตอร์ คาดว่ามีความเสียหายมากเช่นเดียวกัน ส่วนในกรุงเทพฯ กำลังศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ออกแบบอาคารให้มีความต้านทานต่อแผ่นดินไหว

นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าขนาด 6.7 ริกเตอร์นั้น ส่งผลกระทบกับรอยเลื่อน 13 แห่ง ในประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เมื่อแผ่นดินไหวความรุนแรงใต้ดินอะไรไปกระทบกับรอยเลื่อนเดิมที่มีอยู่แล้ว จะทำให้รอยเลื่อนเดิมเกิดการเคลื่อนตัวและขนาดตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ทำให้ประเทศ ไทยเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และจะเพิ่มความรุนแรงการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งต่อไป เช่น เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 ริกเตอร์ ที่รอยเลื่อนบัว จ.น่าน หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 7 ริกเตอร์ หรือรอยเลื่อนพะเยา เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์ หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 6 ริกเตอร์ หลายคนมองว่าเป็นตัวเลขเล็กน้อย แต่หากเทียบความรุนแรง การเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพียง 1 ริกเตอร์ จะเพิ่มความรุนแรงถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

จากอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวจำนวน 303 ครั้ง และมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศไทย 117 ครั้ง แม้จะเคยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่อ.พาน จ.เชียงราย แต่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่เกิดจากความตื่นเต้น วิ่งหนีทำให้ล้มจนเสียชีวิต แต่ครั้งนี้มาจากการเกิดแผ่นดินไหวโดยตรง คือกำแพงพังถล่มลงมาทับ ทั้งนี้กรุงเทพฯสามารถรับรู้ถึงการสั่นไหวเพราะชั้นดินอ่อน ขณะที่ประชาชนใน จ.พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ แม้จะอยู่ใกล้กับพม่าและเชียงราย แต่รับรู้แรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ เพราะชั้นดินแข็งแรงกว่า






เตือนอย่าตื่นตระหนก หากเกิดแผ่นดินไหว

โฆษกกรมทรัพยากรธรณีกล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิบัติตัวของประชาชนในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกถึงการสั่นไหว ให้ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจ รีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน หลีกเลี่ยงของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูง วิ่งลงสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้ รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน

ที่มา : ข่าวไทยรัฐ

จากคุณ : Lubchem
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 54 19:20:36 A:124.120.230.73 X: TicketID:168012

*****************************************************************

กรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7-8 ริกเตอร์ กลางกรุง เหตุจาก 13 รอยเลื่อนขยายตัว ...

มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง

นายสมิทธเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเก็บข้อมูลสถิติการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้ง พบว่า 13 รอยเลื่อนแต่ละแห่งมีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกือบทุกรอยเลื่อนแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด เป็นรอยเลื่อนในภาคเหนือ โดยเฉพาะรอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่าน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เป็นจุดที่อันตรายที่สุด มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่ารอยเลื่อนอื่นๆ เนื่องจากอยู่ใกล้จุดที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศพม่า และทำให้รอยเลื่อนเกิดการขยายออกอีก จึงอยากจะเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรระวังและเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะรอยเลื่อนในประเทศไทยต้องเกิดแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ายังไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในวันเวลาใดเท่านั้น

ผอ.สำนักธรณีวิทยาฯกล่าวต่อว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ขณะนี้มีกฎกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้แล้วเมื่อปี 2550 กำหนดพื้นที่ควบคุมและจัดแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ โดย "บริเวณเฝ้าระวัง" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรวม 7 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี "บริเวณที่ 1" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร "บริเวณที่ 2" หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว รวม 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน
มีโอกาสเกิดขนาด 7–8 ริกเตอร์ในกรุง


นายเป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) กล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7-8 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนที่ใกล้กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี อาจมีแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กม. หรือรอยเลื่อนสะแกรง ที่พาดผ่านประเทศพม่าและทะเลอันดามัน ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 8 ริกเตอร์ หรือแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ห่างจากกรุงเทพ 600 กิโลเมตร ก็มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8-9 ริกเตอร์ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กรุงเทพฯก็ได้รับผลกระทบ เหมือนที่เคยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ที่มีการเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.1 ริกเตอร์ ทำให้อาคารสูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พังลงมา มีประชาชนเสียชีวิตประมาณ 1 หมื่นคน ทั้งนี้ กรุงเทพฯอาจไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็จะมีความเสียหายมาก ขณะนี้กำลังศึกษาโมเดลการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาจนบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ที่ จ.กาญจนบุรีและเชียงใหม่ทำเสร็จแล้ว เบื้องต้นใน จ.เชียงใหม่ หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ในรอยเลื่อนในประเทศหรือที่อยู่ใกล้ๆอาคารต่างๆในเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง จะผู้เสียชีวิตประมาณพันคน ส่วนใน จ.กาญจนบุรี ศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดแผ่นดินไหว ที่รอยเลื่อนป้องตี้ ประมาณ 6 ริกเตอร์ คาดว่ามีความเสียหายมากเช่นเดียวกัน ส่วนในกรุงเทพฯ กำลังศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ออกแบบอาคารให้มีความต้านทานต่อแผ่นดินไหว

นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่าขนาด 6.7 ริกเตอร์นั้น ส่งผลกระทบกับรอยเลื่อน 13 แห่ง ในประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เมื่อแผ่นดินไหวความรุนแรงใต้ดินอะไรไปกระทบกับรอยเลื่อนเดิมที่มีอยู่แล้ว จะทำให้รอยเลื่อนเดิมเกิดการเคลื่อนตัวและขนาดตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ทำให้ประเทศ ไทยเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และจะเพิ่มความรุนแรงการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งต่อไป เช่น เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 ริกเตอร์ ที่รอยเลื่อนบัว จ.น่าน หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 7 ริกเตอร์ หรือรอยเลื่อนพะเยา เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ริกเตอร์ หากเกิดขึ้นอีกจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 6 ริกเตอร์ หลายคนมองว่าเป็นตัวเลขเล็กน้อย แต่หากเทียบความรุนแรง การเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพียง 1 ริกเตอร์ จะเพิ่มความรุนแรงถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

จากอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวจำนวน 303 ครั้ง และมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศไทย 117 ครั้ง แม้จะเคยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่อ.พาน จ.เชียงราย แต่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่เกิดจากความตื่นเต้น วิ่งหนีทำให้ล้มจนเสียชีวิต แต่ครั้งนี้มาจากการเกิดแผ่นดินไหวโดยตรง คือกำแพงพังถล่มลงมาทับ ทั้งนี้กรุงเทพฯสามารถรับรู้ถึงการสั่นไหวเพราะชั้นดินอ่อน ขณะที่ประชาชนใน จ.พิษณุโลกและอุตรดิตถ์ แม้จะอยู่ใกล้กับพม่าและเชียงราย แต่รับรู้แรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ เพราะชั้นดินแข็งแรงกว่า


เตือนอย่าตื่นตระหนก หากเกิดแผ่นดินไหว
โฆษกกรมทรัพยากรธรณีกล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิบัติตัวของประชาชนในกรณีที่อยู่ในอาคารสูงและรู้สึกถึงการสั่นไหว ให้ตั้งสติให้มั่นคง อย่าตกใจ รีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะที่เป็นกระจก ให้อยู่ห่างจากสายไฟฟ้า สิ่งห้อยแขวน หลีกเลี่ยงของที่อาจโค่นล้มลงมาทำอันตราย เช่น ตู้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา กำแพง อาคารสูง วิ่งลงสู่ที่โล่งแจ้ง และตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร ถ้าพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยให้ รีบออกจากอาคารชำรุดโดยด่วน

ที่มา : ข่าวไทยรัฐ

จากคุณ : Lubchem
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 54 19:14:38 A:124.120.230.73 X: TicketID:168012

***************************************************************

พบ รอยเลื่อนนครนายก ส่งผลถึงกรุงเทพ!!!!Mar 30th, 2011

นายปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้พบรอยเลื่อนใหม่ คือ รอยเลื่อนนครนายก ซึ่งมีความน่ากลัวและอยู่ไม่ห่างจากรุงเทพฯ


โดยจากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า รอยเลื่อนนครนายก มีความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนแม่ปิง ที่พาดผ่าน จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ โดยแนวดังกล่าวมีความยาว 50-100 กิโลเมตร ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น

ทั้งนี้จะนำข้อมูลรอยเลื่อนดังกล่าว เสนอกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อให้เข้าไปสำรวจและเพิ่มแนวรอยเลื่อนที่มีพลังของประเทศไทย เป็น 14 จุด จากเดิมมี 13 จุด


13 รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทย
1. “รอยเลื่อนแม่จันและแม่อิง” ครอบคลุม พื้นที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่
2. “รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน” ครอบคลุม จ.แม่ฮ่องสอน และตาก
3. “รอยเลื่อนเมย” ครอบคลุม จ.ตาก และกำแพงเพชร
4. “รอยเลื่อนแม่ทา” ครอบคลุม จ.เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย
5. “รอยเลื่อนเถิน” ครอบคลุม จ.ลำปาง และแพร่
6. “รอยเลื่อนพะเยา” ครอบคลุม จ. ลำปาง เชียงราย และพะเยา
7. “รอยเลื่อนปัว” ครอบคลุม จ.น่าน
8. “รอยเลื่อนอุตรดิตถ์” ครอบคลุม จ.อุตรดิตถ์
9. “รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์” ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และราชบุรี
10. “รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์” ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และอุทัยธานี
11. “รอยเลื่อนท่าแขก” ครอบคลุม จ.หนองคาย และนครพนม
12. “รอยเลื่อนระนอง” ครอบคลุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา และ
13. “รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย” ครอบคลุม จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา

*************************************************************













กทม.เสี่ยงดินไหว!



พบรอยเลื่อนผ่านตอนใต้

เร่งสืบหวั่นมีพลัง - เตรียมซ้อมป้องกัน


นักวิชาการชี้เร่งสืบรอยเลื่อนตอนใต้ กทม. ไหวหมื่นปีก่อนอาจมีพลัง ‘เจดีย์สามองค์’ เสี่ยงกระทบเมืองหลวง ด้าน ‘กรมทรัพยากรธรณี’ เตรียมสำรวจรอยเลื่อน 5 ปี ยันไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิด ขณะที่ ‘สปภ.’ สนองนโยบาย กทม. จัดซ้อมภัยดินไหวตึกสูงตุลาคมนี้

ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ "ดุสิตโพสต์" ฉบับล่าสุด



เสี่ยงกระทบกรุง :
แผนที่ภาคกลาง ซึ่งนักวิชาการและนักธรณีวิทยาต่างระบุว่ามีรอยเลื่อนที่พาดผ่านทางตอนใต้ของ กทม. โดยมีรอยเลื่อนมีพลังที่ลากมาทางภาคตะวันตกและโดยรอบ(เส้นประสีแดง)


กรณีเกิดภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในระยะหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่ามิได้ แม้จะมีข้อมูลมากพอ แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเมื่อไร ทั้งนี้ประเทศไทยมีรอยเลื่อนจำนวนมากถึง 12 รอยเลื่อนอยู่ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบน ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) จนกระทั่งมีนักวิชาการได้ค้นพบและเร่งให้สำรวจนั้น


กทม.เป็นดินอ่อนสั่นไหวได้ง่าย
ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงผลกระทบในส่วนพื้นที่ กทม.จากแผ่นดินไหวที่เกิดในระยะหลัง ว่า ทางส่วนของกทม. ซึ่งมีสภาพเป็นดินอ่อน ย่อมส่งผลในเรื่องของการขยายคลื่น กทม.เกิดการสั่นไหว เนื่องจากคลื่นแรงสั่นสะเทือนมาถึงใต้ดินในกทม. ที่มีสภาพพื้นที่เป็นดินอุ้มน้ำทำให้สั่นไหวได้ง่าย ทั้งนี้ ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่ค่อยมีผลต่อเนื่องยาวนาน


พบรอยเลื่อนตอนใต้กทม-หวั่นมีพลัง
หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบต่อทางตอนใต้ กทม. ว่า การสำรวจข้อมูลจากฟิสิกส์ทางอากาศ พบว่ามีหลายจุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของกทม. โดยเริ่มต้นมาจาก จ. กาญจนบุรี เข้ามาใกล้กับ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม มายังตอนใต้ของกทม. พบว่ามันมีรอยเลื่อนชัดเจนอยู่ 1 รอย ซึ่งมันอาจเข้าไปใกล้ประเทศพม่ารอยเลื่อนนั้นจะเพิ่มความมีพลัง ซึ่งเรียกรอยเลื่อนนี้ว่า รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์

ดร.ปัญญา กล่าวต่อว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเกิดแผ่นดินไหวประมาณหมื่นปีมาแล้ว เราก็สรุปได้ว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง ส่วนรอยเลื่อนที่ผ่านทางตอนใต้กทม. นั้นเรายังไม่รู้ว่ามันมีพลัง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาอายุให้ชัดเจนเสียก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครศึกษาเพราะใช้งบประมาณที่สูงเกินไป

วอนรัฐเร่งศึกษาอาจไหวหมื่นปีก่อน

“ผมจะบอกว่ามันมีรอยเลื่อนที่เราไม่ได้ศึกษาแล้วมันมีอยู่ทางตอนใต้ของกทม. แต่มันอยู่ลึกลงไปให้รัฐรีบทำการศึกษา มันมีอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอายุหมื่นปีหรือเปล่า ถ้ามันมีการไหวตัวครั้งสุดท้ายเมื่อหมื่นปีมาแล้วเราจะถือว่ารอยเลื่อนนั้นมีพลัง มันเหมือนกับเราหักก้านไม้ขีดไฟ เมื่อเราใส่แรงมากขึ้นจนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ไม้ขีดไฟรับแรงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม้ขีดไฟหัก ตอนช่วงที่หักตอนนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของคลื่นความสั่นสะเทือน” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ กล่าว




ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงรอยเลื่อนที่พาดผ่านตอนใต้ กทม. พร้อมกำชับทุกปีมีการไว้อาลัยผู้เสียชีวิตให้กำหนดเป็นวันซักซ้อมภัย



คาด 3 รอยเลื่อนกระทบ กทม.
เมื่อถามว่ารอยเลื่อนใดที่จะมีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อ กทม. ดร.ปัญญา กล่าวว่า จากที่เราศึกษามาพบว่า ทั้งรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ปิง รอยเลื่อนแม่จัน เคยเกิดแผ่นดินไหวที่ประมาณ 7 ริคเตอร์ในอดีตเมื่อประมาณ 1,000 -2,000 ปีมาแล้ว ในความรุนแรงขนาดนี้ อาจจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรให้นักวิศวกรรมออกแบบอาคารที่รับแรงแผ่นดินไหวให้ได้เท่ากับ 7 ริคเตอร์หรือมากกว่า ส่วนอาคารเก่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันรับแรงได้ ในส่วนนี้ถ้าเราจะสร้างอาคารที่รับแรงได้ ต้องเพิ่มงบประมาณ การสร้างอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้

รัฐต้องเร่งสืบยันให้ได้ว่าไม่มีพลัง
หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุว่า "จุดใต้กทม. รู้มั้ยว่ามีพลังแน่นอนไม่มีใครรู้เลย แต่รู้มั้ยว่ามีรอยเลื่อนรู้ และต้องทำการศึกษาอย่างน้อย 2 - 3 ปี งบประมาณที่ 20 ล้านน่าจะอยู่ เพราะมันอยู่ลึกเกินไปแล้วมันไม่รู้ว่าผ่านตรงจุดไหนบ้าง จากการสำรวจโดยฟิสิกส์ทางอากาศบ่งบอกว่ามันมีรอยเลื่อนอยู่ข้างใต้ยาวไปถึงโซนใหญ่"

“ภัยธรรมชาติที่เกิดใต้พิภพไม่ว่าอะไรไม่มีทางแก้ไขได้ และไม่มีประเทศไหนรับมือได้ รัฐบาลจะต้องเร่งสืบข้อเท็จจริง เพื่อกับประชาชนว่าจริงๆแล้วรอยเลื่อนที่อยู่ใต้กทม.ไม่มีพลัง” ดร.ปัญญา กล่าว

คนกรุงเข้าใจผิดไม่ใช่ดินไหวในกทม.
ดร.ปัญญา กล่าวในส่วนความรู้ของคนกทม.ที่มีต่อแผ่นดินไหว ว่า ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจผิดที่ว่า แผ่นดินไหวใน กทม. นั้นที่จริงไม่ใช่ต้องบอกว่าแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในกทม. หมายความว่าจุดเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ใช่เกิดที่ กทม. แต่เป็นจุดที่อาจจะมาจาก จ.กาญจนบุรี หรืออาจมาจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง กทม.

“เราต้องมีการซ้อมหนีไฟทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกปีเราก็มีการไว้อาลัยกับผู้ที่เสียชีวิตอยู่แล้ว ทำไมไม่เป็นวันซักซ้อมเสียเล่า การเกิดคลื่นแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในระดับ9 ริคเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ทำให้เกิดสึนามินั้น เพราะว่า มันเกิดในทะเลเราไม่สามารถศึกษาหรือมองจากอากาศก็ไม่ได้ แต่นี่มันเกิดบนบกเราก็สามารถศึกษามันได้” หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ระบุ

กรมทรัพยากรธรณีเผยรอยเลื่อนใกล้กรุง
ด้าน ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา ระดับ 8 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์”เกี่ยวกับรอยเลื่อน ที่อยู่ใกล้ กทม. ว่า ขณะนี้ได้สำรวจแล้วพบว่ามีรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้กทม. ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง ได้แก่รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี รอยเลื่อนท่าจีน และรอยเลื่อนนครนายก เป็นรอยเลื่อนกลุ่มเดียวกับรอยเลื่อนองครักษ์ ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจะส่งผลทำให้ กทม. เกิดแผ่นดินไหว ทั้งนี้ ถ้าเกิดแผนดินไหวขึ้นที่ประเทศพม่า ผลกระทบของแผ่นดินไหว ในรูปแบบของคลื่นแผ่นดินไหวนั้น อาจทำให้กทม.รู้สึก ถึงแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วย แต่ด้วยระยะทางห่างจากจุดศูนย์กลางที่ประเทศพม่า เป็นระยะ 400 กิโลเมตรนั้น ผลกระทบก็จะลดลงตามลำดับ

ใช้เวลาสำรวจ 5 ปีรอยเลื่อนอันตรายต่อกรุง
ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ทางกรมทรัพยกรธรณี ได้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินไหว โดยมีการดำเนินโครงการระยะยาว 5 ปี เพื่อทำการสำรวจและพิสูจน์ทราบถึงรอยเลื่อนที่จะเป็นอันตรายต่อ กทม. ซึ่งในขณะนี้เรามีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ทางด้านฝั่งตะวันตกของประเทศ จังหวัดกาญจนบุรี วัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวที่จะส่งผลต่อ กทม.

มั่นใจไม่กระทบต่อเขตพระราชฐาน
ต่อข้อถามว่าในเขตดุสิตที่เป็นเขตพระราชฐานจะมีผลกระทบหรือไม่จากการสั่นไหว ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิด เรื่องของคลื่นแผ่นดินไหวที่มาใน กทม. แล้วมีผลกระทบจะต้องเป็นตึกที่มีความสูง 20 ชั้น ถึง 30 ชั้น ดังนั้นตึกที่มีความสูงต่ำกว่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ตึกที่มีผลกระทบต่อภัยแผ่นดินไหวก็ต่อเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวนั้นมาคู่กันพอดี ถ้าคลื่นมาไม่เท่าความถี่ของธรรมชาติ ตึกจะไม่ได้รับความเสียหาย









สำรวจ 5 ปี :
ดร.สุวิทย์ โคสุวรรณ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอให้เกิดแผ่นดินไหว พร้อมระบุกรมทรัพยากรธรณีเตรียมสำรวจรอยเลื่อนใต้ กทม. 5 ปี


ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยรอเกิดแผ่นดินไหว“ตอนนี้ทางกรมกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดนิ่งหรือ รอให้เกิดแผ่นดินไหว เราได้ตั้งจุดสังเกตการณ์ ในประเทศไทยเราเจออย่างมากที่สุดก็ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยความสั่นสะเทือนวัดได้ 5.9 ริคเตอร์ ในส่วนของกรุงเทพฯ ถึงแม้ยังไม่เคยมีรายงานเรื่องแผ่นดินไหว แต่ในจุดนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่ากรุงเทพฯจะปลอดภัยจากการเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ เราจำเป็นที่จะต้องศึกษารอยเลื่อนมีพลังทั้ง 3 รอยเลื่อนนี้ต่อไป” ดร.สุวิทย์ กล่าว


ผังเมืองเก็บข้อมูลวางแผนฟื้นฟู กทม.
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจาก สำนักงานผังเมือง กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนของนโยบายผังเมืองหลังเกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ใน กทม. ว่า ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นระหว่างช่วง ก็จะเก็บข้อมูลมาศึกษา เพื่อจะรองรับเรื่องที่เกิด ทั้งนี้ จะมีแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง ทั้งนี้ ในกรณีถ้าเกิดภัยพิบัติทาง กทม. ก็จะต้องมอบอำนาจให้เข้าไปปรับปรุงฟื้นฟูตรงเขตที่เกิดภัยพิบัติด้วย ส่วนใหญ่ภัยพิบัติถ้ามันเกิดแล้วเราจึงเข้าไปดำเนินการได้ โดยเราอาจจะวางผังว่าไม่ให้เขตที่เกิดภัยพิบัตินั้นเป็นเขตที่อยู่อาศัย


อาจารย์ภูมิศาสตร์เผยเคยรู้สึกไหวใน มสด.
ด้านอาจารย์รายหนึ่ง ประจำกลุ่มวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ถึงรอยเลื่อนที่อาจกระทบในส่วนพื้นที่ กทม. ว่า ภาคกลางไม่ใช่หินแข็ง ทั้งนี้ กทม. อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน การที่มันเป็นพื้นดินเกิดจากแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ท่าจีน ป่าสัก เจ้าพระยา ซึ่งไหลลงอ่าวไทยแล้วก็พาตะกอนมาทับถม ตะกอนที่ทับสูงขึ้นจะกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกินเมตรด้วยซ้ำในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น กทม. ถึงน้ำท่วม

เมื่อถามว่า มสด.เคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในอดีตหรือไม่ อาจารย์รายเดิม กล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยมีอยู่ครั้งนานมาแล้วเกือบ 30 ปี ตนเคยสอนอยู่ที่ห้อง 336 ซึ่งในปัจจุบันนั้นคือห้องคณะวิทยาการจัดการ นกบินขึ้นพร้อมกันเกือบร้อยตัว หลังจากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวแต่ก็เล็กน้อยมาก เพียงครั้งเดียวที่ มสด.รู้สึกถึงผลกระทบจากการสั่นไหว


สปภ.เตรียมซักซ้อมภัยดินไหวตุลานี้นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ดุสิตโพสต์” ในส่วนการเตรียมการรับมือและซักซ้อมภัยที่อาจเกิดภัยจากแผ่นดินไหวใน กทม. ว่า ขั้นแรกจะพิมพ์เอกสารแจกจ่ายให้กับภาคประชาชนทั่วกทม.1แสนฉบับและพยายามประสานกับกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งทางหน่วยงานเหล่านี้จะรับแจ้งว่าเกิดแผ่นดินไหวที่ไหนบ้าง

รองผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวถึงเวลาซักซ้อมภัยแผ่นดินไหว ว่า เดือนตุลาคมนี้จะมีการซักซ้อมที่กทม. แต่เราต้องมีการประชุมโดยคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการตัดสินใจว่าจะกำหนดวันเวลาใดในการซักซ้อม โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เขต อาสาสมัคร หน่วยแพทย์ รวมทั้งหน่วยรักษาความมั่นคงทางทหาร


ซ้อมวันเดียวไม่เกินชั่วโมง“ในการซ้อมที่จะถึงเราก็ต้องบันทึกภาพนำไปให้กรรมการซ้อมใหญ่นำไปพิจารณาถึงข้อบกพร่องว่ามันมีอะไรบ้างต้องเพิ่มเติมอะไรบ้าง เราก็เชิญสื่อมวลชนเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาด้วย และการซักซ้อมต้องมีความกระชับและเป็นขั้นเป็นตอน โดยใช้เวลาแค่วันเดียวระยะเวลาประมาณไม่เกิน1 ชั่วโมงเราต้องดูสถานการณ์ว่าเกิดความรุนแรงมาก” นายธนิก กล่าว












หวั่น ‘ศรีสวัสดิ์’แรง 8.5 ริคเตอร์ทำตึกถล่ม

รองผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวอีกว่า รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์เป็นรอยเลื่อนที่เรากลัวมากที่สุด หากมีความรุนแรง 8.5 ริคเตอร์ อาจจะส่งผลมายังกทม.ทำให้ตึกมันถล่มได้ ทั้งนี้ แผ่นดินไหวไม่มีใครคาดการณ์ได้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินการ นั่นคือความพร้อมของ สปภ.เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งต้องการที่จะทำให้เกิดความเคยชิน

“เราจะกำหนดโซนทั้งหมดสามโซน hot zone คือเหตุที่เกิดรุนแรงคือโซนที่เกิดอันตรายเป็นโซนที่เราไม่สามารถเข้าไปได้เลย ส่วนต่อมา cold zone เป็นพื้นที่ที่เป็นหน่วยสนับสนุนคือหน่วยแพทย์ หน่วยของอาสาสมัครซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ต่อไปคือส่วนwarm zoneจะอยู่ชั้นนอกสุด ประชาชนดูได้แต่ต้องอยู่ไกลจริงตัวนี้เป็นหลักสากลที่ต่างประเทศเขาทำกัน เราจะทำให้รู้ว่าพอเกิดเหตุจริงประชาชนจะไม่มีสิทธิเข้าไปได้เลยไม่นั้นมันก็จะวุ่นวาย เหตุการณ์ก็จะมีคนที่อาศัยเหตุการณ์ในช่วงนี้เข้าไปลักทรัพย์บ้าง” นายธนิก กล่าว


เตรียมซ้อมภัย : นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับนโยบายจาก กทม. เพื่อเตรียมซ้อมภัยครั้งใหญ่ในส่วนของอาคารสูงในพื้นที่ กทม.ที่อาจเกิดผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวในเดือนตุลาคมนี้






















หวั่นมีพลัง : ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ชี้จุดรอยเลื่อนลากยาวจากทิศตะวันตกของประเทศมายังตอนใต้ กทม. หากเคยเกิดแผ่นดินไหวเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนอาจมีพลังได้ (ภาพข่าวหน้า 1จาก "ดุสิตโพสต์")

-----------------------------------------------------
วราพงษ์ เพ็งรัศมี , phanasGook - รายงาน
ดุสิตโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 67 ประจำเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2550
-----------------------------------------------------

หมายเหตุ : ดุสิตโพสต์ เป็นหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในรายวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนิเทศศาสตร์ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาวารสารศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
*********************************************************************************


30/03 นักธรณีวิทยา เผยพบรอยเลื่อนมีพลังใหม่ เขย่าขวัญคนกรุงเทพฯ
ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้พบรอยเลื่อนใหม่ คือ รอยเลื่อนนครนายก ซึ่งมีความน่ากลัวและอยู่ไม่ห่างจากรุงเทพฯ จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า รอยเลื่อนนครนายก มีความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนแม่ปิง ที่พาดผ่าน จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ โดยแนวดังกล่าวมีความยาว 50-100 กิโลเมตร โดยรอยเลื่อนแม่ปิง เคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์ ที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ถ้ารอยเลื่อนนครนายก เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา จะกระทบกับภาคกลางทั้งหมด อาทิ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เป็นต้น โดยจะนำข้อมูลรอยเลื่อนนครนายกเสนอกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อให้เข้าไปสำรวจและเพิ่มแนวรอยเลื่อนที่มีพลังของประเทศไทย เป็น 14 จุด จากเดิมมี 13 จุด ทั้งนี้ 13 รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย หากเกิดแผ่นดินไหว จะเกิดประมาณ 6 – 7 ริคเตอร์ และเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตเมื่อพันปีที่ผ่านมา ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย จะเกิดความเสียหายต่อระบบโครงสร้างสาธารณูปโภค เช่น เจดีย์หัก โรงพยาบาลร้าว วัดเสียหาย อาคารร้าว ทั้งนี้ จะต้องเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะเวลาพอสมควรหรือมีอาฟเตอร์ช็อคต่อเนื่อง



ทั้งนี้ 13 รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย ครอบคลุม 22 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ได้แก่ เชียงใหม่ 12 อำเภอ เชียงราย 11 อำเภอ แพร่ 7 อำเภอ แม่ฮ่องสอน 5 อำเภอ กำแพงเพชร 3 อำเภอ ตาก 7 อำเภอ น่าน 6 อำเภอ พะเยา 1 อำเภอ พิษณุโลก 2 อำเภอ ลำปาง 5 อำเภอ ลำพูน 3 อำเภอ อุตรดิถต์ 4 อำเภอ กระบี่ 1 อำเภอ ชุมพร 4 อำเภอ พังงา 5 อำเภอ ระนอง 5 อำเภอ สุราษฎร์ธานี 9 อำเภอ กาญจนบุรี 7 อำเภอ ประจวบคีรีขันธ์ 4 อำเภอ สุพรรณบุรี 1 อำเภอ นครพนม 3 อำเภอ หนองคาย 2 อำเภอ รวม 106 อำเภอ 308 ตำบล และ 1,406 หมู่บ้าน

จากเว็บไซต์มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
http://cooloo.org/browse.php?u=Oi8vd3d3LnBhaXBpYnV0Lm9yZy92aWV3LnBocD9kYXRhaWQ9NTE4MuC4nuC4muC4o%2BC4reC4ouC5gOC4peC4t%2BC5iOC4reC4meC5g%2BC4q%2BC4oeC5iA%3D%3D&b=13