วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

"ตาปี"ทะลักสุราษฎร์





















"ตาปี"ทะลักสุราษฎร์ นครหนัก ตัดขาด"นบพิตำ"

ซัดสะพาน-ถนนพินาศ นับพันติดบนเขา4วัน "กระบี่"เร่งหาคนหาย เผยเหยื่อน้ำใต้ดับ20

อ่างแตก - สภาพหมู่บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ราบเป็นหน้ากลองหลังอ่างเก็บน้ำแตกจากแรงน้ำท่วม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 31 มี.ค.

น้ำตาปี-พุมดวง-สินปุน ไหลทะลักกวาด 8 อำเภอในสุราษฎร์ฯ บ้านเรือนนับหมื่นหลังจม สะพาน-ถนนขาด ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ในหลวง-พระราชินี พระราชทานสิ่งของหลายจังหวัด ชุมพรรับคนขึ้นจากเกาะเต่าอีก 400 คน นบพิตำพบแล้วศพสาวที่ถูกน้ำพัดถล่ม มีชาวบ้านติดอยู่บนเขาอีกหลายร้อยคนยังช่วยไม่ได้ ท่าศาลาดินถล่มชาวบ้านบนเขาติดอยู่นับร้อย ทุ่งสงน้ำหลากพัดโลงศพลอย ญาติตะลึงไล่คว้ากันวุ่นก่อนนำมาตั้งสวดบนถนน กรมชลฯอ้างอ่างถูกดินทับ ไม่ยอมรับอ่างแตกทำชาวบ้านเดือดร้อนนับพัน เรือจักรีฯ-เรือหลวงสุโขทัย-ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งแล้ว ทางหลวงชนบท ระบุถนนเสียหาย 139 สาย รถไฟสายใต้หยุดเดินรถ เพราะรางขาดที่สุราษฎร์ฯ-นครศรีฯ ปภ.สรุปเบื้องต้นเสียหาย 8 จังหวัด กว่า 300 ล้านบาท ถนนขาด 21 สาย สธ.สุรปยอดคนตายล่าสุด 20 ศพ นครศรีธรรมราช 11 สุราษฎร์ธานี 4 กระบี่ 4 และพัทลุง 1 นายกฯรีบรุดลงใต้ดูอ่างแตกที่กระบี่ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเหยื่อดินถล่มที่เสียชีวิตรายละ 5 หมื่น นบพิตำนับพันยังติดอยู่บนเขา น้ำป่าทะลักถนน-สะพานขาดเข้าออกไม่ได้หลายวันแล้ว

ในหลวงพระราชทานสิ่งของ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และนายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิ พร้อมคณะนำถุงยังชีพพระราชทาน และเครื่องอุปโภค-บริโภค มามอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 1,000 ครอบครัว ที่วัดแจ้ง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งในพื้นที่ จ.ตรัง มีผู้ประสบอุทกภัยครบ 10 อำเภอ 68 ตำบล 5 เทศบาล 499 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน 28,435 ครัวเรือน 51,865 คน

ชุมพรรับคนเกาะเต่าขึ้นฝั่ง

เวลา 10.00 น. ที่ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลา อ.เมือง จ.ชุมพร เรือเร็วของบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด นำเรือลมพระยาออกไปรับนักท่องเที่ยว 400 คน ที่ติดค้างอยู่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เรือ 532 ของตำรวจน้ำชุมพร ไปรับชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะเสม็ดและนักท่องเที่ยว 48 คน ขึ้นมายังฝั่งที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร เนื่องจากอาหารบนเกาะขาดแคลน และไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามายังฝั่งได้ โดยเรือบนเกาะเสม็ดไม่ได้เดินทางมารับเพราะคลื่นลมแรงเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้นำอาหารส่วนหนึ่งไปส่งให้กับชาวประมง ที่ต้องนอนเฝ้าเรือที่จอดหลบลมมรสุมกว่า 50 ลำที่เกาะเสม็ดด้วย

นบพิตำพบแล้ว 1 ศพ

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรม ราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดที่ อ.นบพิตำ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาถึง 2 วันแล้ว เนื่องจากสะพานที่บ้านโรงเหล็กถูกตัดขาด ระดับน้ำท่วมสูงและเชี่ยวกราก และด้านในมีดินถล่มลงมาหลายจุด มีประชาชนนับพันคนติดอยู่ตามชุมชนซึ่งอยู่บนภูเขาสูง ไม่สามารถติดต่อสื่อสารเนื่องจากระบบโทรศัพท์ถูกตัดขาด ไฟฟ้าดับ

เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.เชิดชาย โมสิกะ ผกก.สภ.นบพิตำ รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตที่หมู่ 7 ต.นบพิตำ คือ นางสมใจ รัตนแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/8 หมู่ 2 ต.นบพิตำ ซึ่งหายไปตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากพัดกระหน่ำหมู่บ้านก่อนจะมาพบศพอีกหมู่บ้านหนึ่ง

ท่าศาลาชาวบ้านติดนับร้อย

พ.ต.อ.เชิดชายกล่าวว่า ยังไม่รู้ชะตากรรมของชาวบ้านอีกนับพันคนที่ติดอยู่ในชุมชนบนภูเขาต่างๆ เพราะไม่สามารถติดต่อสื่อสารและเดินทางเข้าช่วยเหลือได้ ล่าสุดทีมแพทย์อาสานำโดยน.พ.รังสิต ทองสมัคร นำเสบียงและชาวบ้านที่ชำนาญการเดินป่าฝ่าน้ำเข้าไป เพื่อส่งเสบียงช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่ และที่หมู่ 9 บ้านตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา เกิดดินถล่มลงมาทับพื้นที่ด้านล่างกว้างกว่า 2 ไร่ และมีชาวบ้านติดอยู่ด้านบนออกมาไม่ได้กว่า 100 คน ล่าสุดมีการขอความช่วยเหลือแล้วแต่ยังไม่สามารถช่วยได้

ช่วย 2 แม่เฒ่าอดอาหาร

เวลา 10.30 น. พล.ต.อัยรัตน์ ชูถนอม เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยคณะ มอบ ถุงยังชีพให้กับชาวบ้านเนินธัมมัง ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง หมู่ 5 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ โดยมีชาวบ้านมารับมอบถุงยังชีพจำนวนมาก จากนั้นลงเรือทหารออกไปแจกถุงยังชีพแก่ชาวบ้านที่ติดอยู่ด้านใน ไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร รวมถึงที่วัดเนินธัมมังซึ่งมีพระภิกษุหลายรูป และที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.แม่เจ้าอยู่หัว นางเฟื่อง มีสวน อายุ 106 ปี อาศัยอยู่กับลูกสาว อายุ 80 ปี เพียง 2 คนเท่านั้น และอดอาหารมาสองวันแล้วเนื่องจากไม่สามารถออกไปด้านนอกได้

ตชด.เข้าพื้นที่เขาพนม
พ.ต.อ.สิงหนาท สีกาแก้ว ผกก.ตชด.42 เป็น ประธานปล่อยขบวนยานพาหนะและกำลังพล 5 ชุดปฏิบัติการ 50 นาย พร้อมกับชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของตำรวจพลร่มหัวหิน 1 ชุด พร้อมสุนัขสงคราม 2 ตัว ส่งเข้าไปในพื้นที่บ้านต้นไทร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ที่เกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน เพื่อช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นยังส่งตชด.เข้าไปในพื้นที่รับผิดชอบในหลายพื้นที่ภาคใต้ นายสมโชค ใจดี รองนายก อบต.ถ้ำใหญ่ นำถุงยังชีพ 5,000 ชุด ไปแจกจ่ายที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

น้ำหลากโลงศพลอยวุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากน้ำป่าและฝนที่ตกยาวนานท่วมเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อย่างหนัก น้ำได้ไหลหลากเข้าไปท่วมในพื้นที่ ต.กะปาง, ต.ที่วัง และ ต.เขาโร เป็นพื้นที่กว้างระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาดหลายสายสะพานขาด ขณะที่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง กำลังมีการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพนายณรงค์ มะลิคุณ อายุ 37 ปี ซึ่งป่วยเสียชีวิต โดยมีการตั้งเต็นท์จัดเลี้ยงอาหารให้แขกอยู่นั้น ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาน้ำได้หลากเข้าท่วมพื้นบ้านและที่จัดงานศพอย่างรวดเร็ว ทำให้โลงศพที่บรรจุร่างของนายณรงค์ลอยไปตามน้ำ สร้างความตกใจให้กับบรรดาญาติๆ ที่อยู่ในงานศพเป็นอย่างมาก ต่างพากันวิ่งและเดินฝ่ากระแสน้ำไล่ตามโลงศพกันอย่างทุลักทุเล ก่อนจะย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลบนถนนในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่สูงและกำหนดฌาปนกิจศพในวันเดียวกันนี้

"เทือก"ลงตรวจน้ำท่วมใต้
วันเดียวกัน เวลา 08.25 น.ที่กองการบินขส.ทบ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ยังอยู่ในระดับที่รัฐบาลรับมือได้ ไม่มีปัญหาหรือเป็นอุปสรรค ส่วนราชการในท้องถิ่นมีความพร้อมดูแลช่วยเหลือ ส่วนที่เป็นปัญหาคือการค้นหาผู้เสียชีวิตจากโคลนถล่มที่ ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ มีผู้สูญหาย 10 คน อาจจะไม่ได้ถูกโคลนทับทั้งหมด จึงต้องพยายามค้นหา และข่าวที่น่ายินดีคือเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ทบ.ระบุปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากบ้านเรือนบางส่วนขวางทางน้ำ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องคุยกันและประชาชนต้องเข้าใจว่า การปลูกบ้านที่เลือกตามความชอบใจบางครั้งจำเป็นต้องขยับขยาย เพราะมีตัวอย่างเห็นชัดที่ อ.เขาพนม ที่บ้านถูกน้ำพัดหายทั้งหลัง 8 หลัง ส่วนที่หมู่ 7 ต.หน้าเขา 18 หลังคาถูกโคลนทับ 16 หลังคาเรือน เราต้องปรึกษากับท้องถิ่น ประชาชน ถ้าพูดคุยและวางแนวทางกำหนดจุดสร้างที่อยู่อาศัยให้เกิดความปลอดภัย จะไม่เกิดเหตุซ้ำ เมื่อตกลงกันได้จะให้รัฐบาลช่วยสนับ สนุนหรือกองทัพเข้าไปช่วยเหลือก็ทำได้

ทร.เร่งช่วยคนติดเกาะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และคณะ เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษของกองทัพเรือไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งก่อนที่เครื่องบินของคณะนายสุเทพจะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ต้องบินวนถึงหนึ่งรอบ และเปลี่ยนไปลงในรันเวย์ที่สามารถใช้การได้ เพราะทางหอบังคับการแจ้งให้เปลี่ยนรันเวย์ เนื่องจากยังมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา โดยเครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย


ไฟเขียวครอบครัวละ 5 พัน

จากนั้นเวลา 10.00 น.นายสุเทพพร้อมคณะเดินทางแจกถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ศาลาประชาคม อ.ไชยา โดยกล่าวกับประชาชนว่า นายกฯ เป็นห่วงประชาชนมาก อยากมาเยี่ยมพี่น้องที่ อ.ไชยา แต่ตนอาสามาเองเพราะเป็นเขตเลือกตั้งของตน โดยให้ทหารเตรียมถุงยังชีพหมื่นถุงมามอบให้พี่น้องที่เดือดร้อน ขณะเดียวกัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำลังประชุมคชอ. เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 4 เม.ย. เพื่อขอ 2 เรื่อง คือ ให้ช่วยคนที่ถูกน้ำท่วมเกิน 7 วัน โดยรัฐบาลจะช่วยครอบครัวละ 5 พันบาท นอกจากนั้นหากสวนไร่นาเสียหายก็ช่วยฟื้นฟูใหม่ โดยกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ แล้วให้ดูแลอย่าให้มีการฉ้อโกง และช่วยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงรวดเร็ว

ขอให้อพยพอย่าห่วงข้าวของ
จากนั้นนายสุเทพและคณะเดินทางไปยังบ้านปากหมาก อ.ไชยา เพื่อเยี่ยมชาวบ้านที่ศูนย์อพยพพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ที่ทางอำเภออพยพมาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.ปากหมาก โดยนายสุเทพกล่าวกับชาวบ้านว่า ที่ จ.กระบี่ เกิดโคลนถล่มลงมาใส่หมู่บ้าน ซึ่งประชาชนบางส่วนเกิดความเสียหาย เพราะมัวห่วงข้าวของ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ชักชวนให้อพยพแต่ไม่ยอมออกมา จนถูกดินโคลนถล่มสูญหายหลายคน ฉะนั้นหากทางราชการขอให้ช่วยกันอพยพมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก็ขอให้ปฏิบัติตาม ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องเผชิญด้วยความอดทน บ้านเรือนที่เสียหายรัฐบาลจะเข้ามาชดเชยให้

ผญบ.น้ำพัดยังไม่พบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านปากหมาก ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ติดเชิงเขา สุ่มเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มทางอำเภอจึงอพยพประชาชนมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา นายชำนาญ ไมอินทร์ อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ถูกน้ำพัดสูญหายไป ขณะออกไปช่วยชาวบ้านทำสะพานท่ามกลางสายฝน จนขณะนี้ยังไม่พบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายคณะของนายสุเทพเดินทางไปยังวัดศรีสุวรรณ ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ และโรงเรียนกาญจนดิษฐ์ ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ผู้ประสบภัย โดยในบางช่วงขบวนรถของนาย สุเทพจะต้องขับรถลุยน้ำที่ท่วมสูงเป็นระยะด้วยท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง
(1)ตัดขาด - ภาพถ่ายทางอากาศสะพานเชื่อมทางเข้า อ.นบพิตำ จ.นครศรี ธรรมราช ถูกน้ำป่าซัดทำลายจนขาดสะบั้นนับ 10 เมตร ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 4 เมื่อวันที่ 31 มี.ค.



(2)ทุลักทุเล - เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกโรยตัวส่งเสบียงให้ชาวบ้านในเขต อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช หลังสะพานเชื่อมทางเข้าอำเภอถูกน้ำป่าซัดขาดจากโลกภายนอกมานานหลายวัน เมื่อวันที่ 31 มี.ค.



(3)ขวจมบาดาล - น้ำจากแม่น้ำตาปีไหลบ่าเข้าท่วมเขตชุมชนใน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี สูงเกือบ 1 เมตร ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยทั่วภาคใต้มาก 20 ศพแล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.




อพยพ 3 หมู่บ้านหนีดินถล่ม
เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิท เยนทร์ มุตตามระ รอง ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง เนื่องจากปริมาณฝนเริ่มน้อยลง คาดว่าปริมาณฝนจะลดลงหลังวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป และจะหยุดตกสนิทหลังวันที่ 3 เม.ย.นี้ โดยกรมชลประทานรายงานว่า ขณะนี้ระดับน้ำล้นตลิ่งยังอยู่ในพื้นที่เดิมคือ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนั้นยังมี อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง อ.เมือง จ.สตูล และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส คาดว่าจะมีระดับน้ำล้นตลิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ มีพื้นที่เตือนภัยดินถล่มให้เตรียมพร้อมอพยพ 3 แห่ง คือบ้านพลุสมภาร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บ้านวังลุง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และบ้านสระบัว อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

ยอดตายภาคใต้ 13 ราย
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 13 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย ยังไม่รวมที่ จ.กระบี่ เพราะต้องรอการยืนยันตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนผู้สูญหายมี 7 ราย สำหรับผู้เสียหายคาดว่าจะมีประมาณ 2.5 แสนครัวเรือน ไม่เกิน 3 แสนครัวเรือน โดยวันที่ 1 เม.ย. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะประ ชุมเพื่อประเมินกรอบวงเงินที่จะช่วยหลือเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท พร้อมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ก่อนจะเสนอ ครม.เห็นชอบวันที่ 4 เม.ย.

นายวิทเยนทร์กล่าวว่า นายสาทิตย์ได้ประ สานให้นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ ที่ติดตามเกาะต่างๆ และที่อพยพออกมาถึงฝั่งแล้ว ซึ่งสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนของททท. 1672 และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 0-2356-0650 ด้านกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้ออกให้บริการกว่า 7,000 คน ส่วนใหญ่พบเป็นโรคน้ำกัดเท้า ไข้หวัด ทางเดินหายใจ และสุขภาพจิต


สั่ง ฮ.พร้อมสนับสนุนร.พ.
เวลา 15.45 น. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพเข้าตรวจเยี่ยมร.พ.กาญจนดิษฐ์ อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อสอบถามความยากลำบากในการทำงาน และให้กำลังใจแพทย์พยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ และเยี่ยมผู้ป่วยที่พักฟื้นอยู่ภายในร.พ. ทั้งนี้ สภาพการสัญจรเข้าออกร.พ.เป็นไปด้วยความยาก ลำบาก เพราะถนนด้านหน้าร.พ.มีน้ำท่วมขังนานกว่า 3 วัน ระยะทางยาวกว่า 3 ก.ม. น.พ.เอกชัย มุกดาพิทักษ์ ผอ.ร.พ.กาญจนดิษฐ์ กล่าวว่า หากมีผู้ป่วยฉุกเฉินทางร.พ.มีเฮลิคอปเตอร์จาก ร.พ.กรุงเทพฯ ในการขนย้ายผู้ป่วย ซึ่งล่าสุดขนย้ายผู้ป่วย 2-3 ราย จากเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ฯ และเขาพนม จ.กระบี่ เข้ามารักษา สำหรับการเดินทางเข้าออกของผู้ป่วยปกติและเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล ทางสำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 ได้จัดส่งรถผู้ต้องขังมาช่วยในการรับส่ง 1 คัน เนื่องจากการเดินทางค่อนข้างลำบาก อย่างไร ก็ตามนายสุเทพได้สั่งการผบช.ภ.8 ให้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้สำรองใช้ในกรณีฉุกเฉินหากทางแพทย์ขอให้อำนวยความสะดวก


ทบ.ระดมทหารช่วยกระบี่
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วยพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ลงพื้นที่ จ.กระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียงที่ประสบปัญหาอุทกภัยเพื่อตรวจเยี่ยมและนำสิ่งของไปบรรเทาทุกข์

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จะดูแลเรื่องการบริหารจัดการของกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งจัดศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามี 8 จังหวัด 10 อำเภอ ประชาชนหลายแสนคนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ กองทัพได้เตรียมถุงยังชีพ คาดว่าจะถึงประชาชนช่วงสายวันที่ 31 มี.ค.นี้ นอกจากนี้เราได้รวบรวมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือทางการช่าง อากาศยาน รวมทั้งหน่วยแพทย์ลงไปในพื้นที่ เพราะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ จ.กระบี่ ร้องขอมา ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์จากร.พ.พระมงกุฎเกล้า จะเข้าพื้นที่ 5-10 วัน และหากว่าจำเป็นต้องอยู่นานกว่านั้นต้องมีการสับเปลี่ยนกันจนกว่าจะจบภารกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนสั่งการไปยังพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อดูแลการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน 1) ว่าเพียงพอหรือไม่ พร้อมสั่งให้นำเครื่องมือการช่างเข้าไป เหตุการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างมีความรุนแรง ระดับน้ำสูงและไหลเชี่ยว ซึ่งไหลลงมาจากภูเขาด้วย ต้องหาทางแก้ปัญหาในอนาคตว่าจะทำอย่างไร โดยเฉพาะบ้านของประชาชนที่อยู่บริเวณปากทางน้ำ หรือการปลูกต้นไม้ต่างๆ บนภูเขา


ในหลวง-พระราชินีทรงห่วง

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วง ประชาชนและพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งพระองค์ท่านพระ ราชทานเงินผ่านสภากาชาดไทย พระองค์ท่านส่งความห่วงใยไปถึงประชาชนทุกคนที่ยากลำบาก ส่วนพระราชวงศ์ทุกพระองค์ก็ทรงเป็นห่วง เพราะเหตุอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงกว่าที่แล้ว เป็นความเดือดร้อนในระยะยาว และที่พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงคือ อาชีพของประชาชนที่ทำสวนยางพาราและสวนปาล์ม ซึ่งอาจเสียหายมาก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคตด้วย จึงอยากให้ทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและฝากให้ทุกคนช่วยส่งกำลังใจรวมทั้งส่งเงินทอง ใครที่มีแรงมากก็ส่งมากหน่อย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่าได้สั่งการให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้รวบรวมเอาไว้เพื่อเตรียมความพร้อมไปไหนก็ได้ ซึ่งมีทั้งเรือ รถ และบางส่วนอาจต้องเดินเท้าด้วย และตนได้สั่งการให้ชุดค้นหาลงพื้นที่เพิ่มเติมโดยมีชุดสุนัขทหาร 15 ตัว เข้าไปหาบุคคลสูญหาย และดูในเรื่องความสูญเสียต่างๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 30 มี.ค.รับรายงานว่า มีคนหายและยังค้นหาเจอ คาดว่าเราจะค้นได้เจอคนสูญหายได้มากขึ้น


กรมชลฯอ้างอ่างถูกดินทับ
วันเดียวกัน กรมชลประทานชี้แจงว่า ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำ หรือฝายเก็บน้ำ อ.เขา พนม จ.กระบี่ แตก เป็นฝายคลองบางสร้าน หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม สร้างเมื่อปี 2540 เป็นฝายคอนกรีตขนาดเล็ก สูง 2 เมตร ยาว 18 เมตร ใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค จากปริมาณฝนที่ตกเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดดินถล่มลงมาทับพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ทำให้ฝายดังกล่าวถูกดินทับไปด้วย

นักท่องเที่ยวถึงสัตหีบ
วันเดียวกัน เวลา 07.00 น. พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.กองทัพเรือ ภาคที่ 1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ ทหารเรือ ทหารฐานทัพเรือสัตหีบ มารอรับและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือหลวงจักรีนฤเบศร เบื้องต้นนำนักท่องเที่ยวต่างชาติ 23 คน เดินทางไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จองเที่ยวบินเวลา 10.00 น. และนำนักท่องเที่ยว 40 คนไปส่ง จ.ชุมพร ส่วนที่เหลือทยอยขึ้นรถไปส่งยังกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา

ซึ่งช่วงเย็นวันนี้เรือหลวงสุโขทัยจะนำนักท่องเที่ยวที่ติดค้างที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 100 คน มาขึ้นท่าเทียบเรือจุกเสม็ด สัตหีบ ในช่วงเย็น ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เรือหลวงแกลง เรือ ต.91 เดินทางมุ่งหน้าไปเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ ธานี เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่อีกประมาณ 500 คนนำขึ้นที่ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด

ตร.ส่งกำลังช่วยทุกพื้นที่
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยมีตัวแทนจาก บช.ภาค 8-9 และบช.ศชต. เป็นผู้ชี้แจง

พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า หลังจากเกิดน้ำท่วมภาคใต้ได้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่เข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นจัดกำลังตำรวจเข้าไป ทั้งบช.ภ.8-9 จัดส่งกำลัง 1,203 นาย รถบรรทุก 20 คัน เรือ 12 ลำ ส่วนบช.ตชด. ส่งกำลัง 751 นาย เรือ 15 ลำ รถบรรทุก 10 คัน บช.ก.ส่งกำลัง 300 นาย เรือ 64 ลำ บก.ทล.อำนวยความสะดวกผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมทั้งจัดทำป้ายเตือนตลอดเส้นทางน้ำท่วมและจัดหาทางเส้นเลี่ยง เนื่องจากทางหลักถูกน้ำท่วม และกองบินตำรวจส่งเฮลิคอปเตอร์ 8 ลำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้

พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวอีกว่า พร้อมกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยในภาคใต้ดูแลทรัพย์สินของประชาชน ที่ต้องอพยพออกจากที่พัก รวมไปถึงดูแลรถยนต์ของประชาชนที่นำมาจอดหนีน้ำท่วมบริเวณริมถนน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยเตรียมทำแผนเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยหลังน้ำลด ในส่วนของตำรวจให้ทุกหน่วยสำรวจความเสียหายที่ได้รับผลกระทบ โดยให้พล.ต.อ.อดุลย์รับหน้าที่ตรวจสอบเยียวยา ซึ่งเบื้องต้นจะมอบเงินช่วยเหลือให้บช.ภ.8 จำนวน 3 แสนบาท และบช.ภ.9 จำนวน 2 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานีตำรวจที่ได้รับความเสียหายมี 8 แห่ง คือ จ.นครศรีธรรมราช มี สภ.ท่าศาลา สภ.ฉวาง สภ.ทุ่งใหญ่ และ จ.สุราษฎร์ธานี มี สภ.ท่าชนะ สภ.ท่าฉาง สภ.ดอนสัก สภ.บ่อผุด สภ.ไชยา


ถนนเสียหาย 139 สายทาง
นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทาง หลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า 12 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วมได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นราธิวาส นครศรีธรรมราช ปัตตานี พังงา พัทลุง ยะลา ระนอง สตูล สุราษฎร์ธานี กระบี่ มีทางที่อยู่ในความรับผิดชอบเสียหาย 139 สายทาง สัญจรได้ 81 สายทาง ไม่สามารถสัญจรได้ 58 สายทาง ความเสียหาย 1,100,695 ล้านบาท


บขส.ไปกระบี่ไม่ได้
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กก.ผจก.บขส. เปิดเผยว่า บขส.ยังให้บริการตามปกติในทุกเส้นทาง ยกเว้นสายกรุงเทพฯ-เขาพนม-กระบี่, กรุงเทพฯ-คลองท่อม-กระบี่ ซึ่งถนนขาด ส่วนในเส้นทางกรุงเทพฯ-อ่าวลึก-กระบี่ ยังเดินรถได้ตามปกติและเส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุย รถโดยสารไม่สามารถข้ามฟากไปยังเกาะสมุยได้ สามารถรับ-ส่งผู้โดยสารได้ที่ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานีเท่านั้น สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ- ระนอง ขณะนี้เดินรถได้แล้ว

ส่วนสถานีเดินรถนครศรีธรรมราชมีน้ำท่วมขัง 1.70 เมตร จึงย้ายมาให้บริการที่ ถ.กระโรม ทางเข้าสถานีเดินรถนครศรีธรรมราช สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช จะเลี่ยงไปใช้เส้นทาง อ.ทุ่งสง สอบถามข้อมูลได้ที่ 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง


ปิดเส้นทางรถไฟสายใต้
นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ รฟท. รายงานว่า รถไฟสายใต้ไม่สามารถเดินรถผ่าน จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จึงต้องหยุดการเดินรถ เนื่อง จากทางเสียหายหลายช่วง ได้แก่ ช่วงสถานีไชยา-ท่าฉาง ขณะนี้น้ำลดแล้ว สภาพทางเสียหายมาก ยังไม่เปิดทาง ช่วงสถานีท่าฉาง-คลองไทร ขณะนี้ระดับน้ำต่ำกว่าสันราง มีทางขาด 150 เมตร คอสะพานชำรุด

ย่านสถานีหลักช้าง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ระดับน้ำสูงเหนือสันราง 10 เมตร น้ำพัดพาหินสูญหาย 5 เมตร สายคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างที่หยุดรถเขาหลุง-บ้านยาง น้ำท่วมเหนือสันราง 40 ซ.ม. สายชุมทางทุ่งสง-กันตัง ระหว่างสถานีที่วัง-ห้วยยอด มีปริมาณน้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายจุด อาทิ บริเวณย่านสถานีที่วัง ระดับน้ำสูงเหนือสันราง 20-30 ซ.ม. เป็นหลุมเป็นแอ่งหลายจุด และหินถูกพัดสูญหายหลายจุดเช่นกัน ระยะทางกว่า 35 เมตร และ 80 เมตร สายชุมทางเขาชุมทอง-นครศรีธรรมราช ระหว่างสถานีโคกคราม-นครศรีธรรมราช น้ำท่วมเหนือสันราง 1.50 เมตร ระยะทางกว่า 2,500 เมตร

เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถ การรถไฟฯ จึงได้ประกาศงดการเดินรถไฟในเส้นทางสายใต้ ผู้โดยสารขอรับเงินค่าโดยสารคืนได้เต็มราคาที่นายสถานีรถไฟทุกแห่ง ไม่เกิน 15 วัน หรือสอบถามโทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง


8 จังหวัดสูญแล้วกว่า 300 ล.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด 81 อำเภอ 514 ตำบล 4,014 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน 239,160 ครัวเรือน 842,324 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 4 หลัง เสียหายบางส่วน 132 หลัง ถนนเสียหาย 1,593 สาย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย จ.พัทลุง 1 ราย จ.สุราษฎร์ธานี 3 ราย

แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วม 23 อำเภอ 161 ตำบล 1,366 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 96,714 ครัวเรือน 329,272 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 163,969 ไร่ เสียชีวิต 9 ราย เสียหายเบื้องต้น 300 ล้านบาท

จ.พัทลุง น้ำท่วม 11 อำเภอ 65 ตำบล 600 หมู่บ้าน 65 ชุมชน ราษฎรเดือดร้อน 44,508 ครัวเรือน 176,669 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 40,754 ไร่ เสียชีวิต 1 ราย จ.สุราษฎร์ธานี น้ำป่าไหลหลาก 17 อำเภอ 106 ตำบล 767 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 53,651 ครัวเรือน 199,709 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 157,992 ไร่ เสียชีวิต 3 ราย เสียหาย 6.8 ล้านบาท

จ.ตรัง น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 47 ตำบล 330 หมู่บ้าน 3 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 5,957 ครัวเรือน 17,889 คน จ.ชุมพร น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 1 เทศบาลเมือง 40 ตำบล 381 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 18,6841 ครัวเรือน 55,385 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 1,242 ไร่ เสียหาย 30.9 ล้านบาท จ.สงขลา น้ำป่าไหลหลาก 2 อำเภอ 14 ตำบล 73 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 9,375 ครัวเรือน 28,144 คน

จ.กระบี่ น้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ 37 ตำบล 209 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 3,260 ครัวเรือน 9,785 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 150 ไร่ และ จ.พังงา น้ำท่วม 7 อำเภอ 44 ตำบล 288 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 7,011 ครัวเรือน 26,506 คน พื้นที่เกษตรเสียหาย 35 ไร่


ถนนขาด 21 สาย
ส่วนถนนที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 21 สาย ดังนี้ จ.นครศรีธรรมราช เส้นทาง 4186 โรงเหล็ก-กรุงชิง อ.นบพิตำ น้ำท่วมสูง 70 ซ.ม. ที่ก.ม.1-2 เส้นทาง 4015 ลานสกา-ฉวาง อ.ช้างคลาง น้ำท่วมสูง 170 ซ.ม. ที่ก.ม.33-34 ให้ใช้สาย 4230 ตอนนาบอน-ทุ่งสง แทน, เส้นทาง 4151 ควนหนองหงส์-ตรัง ท้องที่ อ.ทุ่งสง ดินสไลด์ปิดทับผิวทาง ที่ก.ม.42-44 ใช้สาย 403 กะปาง-ทุ่งสง แทน

จ.ตรัง เส้นทาง 4 ตรัง-เขาพับผ้า อ.นาโยง น้ำท่วมสูง 65 ซ.ม. ที่ก.ม.1110-1115 ใช้สาย 419 ทาง เลี่ยงเมืองตรังแทน, เส้นทาง 4151 หนองบัว-รัษฎา อ.รัษฎา น้ำท่วมสูง 40-70 ซ.ม.เป็นแห่งๆ, เส้นทาง 4270 ห้วยยอด-พัทลุง อ.ห้วยยอด ดินสไลด์ปิดทับคันทาง ใช้ทางหลวงชนบทแทน, เส้นทาง 4258 บ้านซา-เดือยพร อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 40 ซ.ม. ให้ใช้สาย 4225 ตอนหนองนา-บ้านซา แทน, เส้นทาง 4269 คลองมวน-คลองโกง ท้องที่ อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 40 ซ.ม. ใช้ทางหลวงชนบทแทน

จ.สุราษฎร์ธานี เส้นทาง 4112 ท่าชนะ-ไชยา อ.ไชยา น้ำท่วมสูง 120 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ใช้สาย 4 ท่าชนะ-พุนพิน แทน, เส้นทางสมอทอง-ชายทะเล ท้องที่ อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. ใช้สายท่าชนะ-พุนพิน แทน เส้นทาง 4185 คชาธาร-วัดมูลเหล็ก อ.ไชยา น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ไม่มีสายทางทดแทน, เส้นทาง 4191 บ้านสงขลา-ไชยา อ.ไชยา คอสะพานขาดและน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม.เป็นแห่งๆ ไม่มีสายทางทดแทน, เส้นทาง 4247 หนองไทร-ยวนสาว อ.คีรีรัฐนิคม น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ให้ใช้สาย 401 ตอนบ้านตาขุน-พุนพิน แทน

เส้นทาง 4251 ห้วยไผ่-น้ำดำ อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ที่ก.ม.9-10 ใช้เส้นทางสาย 4192 ตอนห้วยไผ่-น้ำดำ แทน, เส้นทาง 4259 ทุ่งตาเพชร-ห้วยสลิง อ.ท่าชนะ น้ำท่วมสูง 60 ซ.ม.ที่ก.ม.11-12 และคอสะพานชำรุด ใช้สาย 4265 บ้านชายทะเล-ท่าชนะ แทน, เส้นทาง 4142 บ้านเนียง-ดอนสัก ท้องที่ อ.ดอนสัก น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ใช้สายบ้านใน-นครศรีธรรม ราช แทน, เส้นทาง 4169 รอบเกาะสมุย ท้องที่ อ.เกาะสมุย น้ำท่วมสูง 120 ซ.ม. ใช้ทางเทศบาลแทน, เส้นทาง 4248 ท่าเรือใต้-เขาหัวควาย อ.บ้านนาเดิม คอสะพานขาด ใช้สายสุราษฎร์ ธานี-ตะกั่วป่า แทน, เส้นทางกระบี่-ควนสว่าง อ.ชัยบุรี น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม.ที่ก.ม.35-37 ใช้สายพังงา-โสภา แทน จ.กระบี่ เส้นทาง 4037 คลองเหนือ-เขาพนม อ.เขาพนม น้ำท่วมสูง 100 ซ.ม. ใช้สายอ่าวลึก-สุราษฎร์ธานี แทน, เส้นทาง 4236 แพรก-อ่าวคง ที่ อ.ห้วยยอด น้ำท่วมสูง 80 ซ.ม. ใช้สายห้วยยอด-อ่าวคง แทน


สธ.สรุปเสียชีวิต 20 ราย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังมีน้ำท่วม 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พังงา ชุมพร และสงขลา มีสถานบริการสาธารณสุขถูกน้ำท่วม 77 แห่ง เป็นร.พ. ชุมชน 1 แห่ง คือ ร.พ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรม ราช ที่เหลืออีก 76 แห่ง เป็นร.พ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล ส่วนใหญ่น้ำท่วมชั้นล่าง ยังเปิดให้บริการได้ ยกเว้น 3 แห่งต้องปิดคือ ร.พ.สต.พ้อแดง อ.หลังสวน จ.ชุมพร น้ำท่วมสูง 2 เมตร และ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ร.พ.สต.ไทรทอง น้ำท่วมหลังคา ร.พ.สต.สองแพรก น้ำท่วมถึงชั้น 2 ส่วนร.พ.ท่าศาลา พบว่า น้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องกู้เครื่องปั่นไฟยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ขอให้ประชาชนใช้บริการที่ร.พ.ใกล้เคียง 3 แห่งคือ บ้านโรงเหล็ก อ.นบพิตำ บ้านดอนไคร ต.กราย และต้นเลียบ อ.ท่าศาลา

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้พบแล้ว 20 ราย คือ นครศรีธรรมราช 11 ราย สุราษฎร์ธานี 4 ราย กระบี่ 4 ราย และพัทลุง 1 ราย ส่วนสถานการณ์ที่ร.พ.เขาพนม มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้ป่วย 44 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 15 ราย เด็ก 12 ราย ขณะนี้ยังนอนรักษาที่ร.พ.เขาพนม 17 ราย ส่งรักษาต่อที่ร.พ.กระบี่ 2 ราย ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 130 คน สาหัส 10 คน

สำหรับบุคลากรร.พ.เขาพนมที่ไม่เพียงพอดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ได้มีทีมแพทย์-พยาบาลร.พ. วชิระภูเก็ต ส่งรถและอุปกรณ์การแพทย์ช่วยล่วงหน้าตั้งแต่วานนี้ และส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็ว

รวม 8 คน พร้อมสั่งการแพทย์จากร.พ. เหนือคลอง จ.กระบี่ 2 คน ออกไปช่วยที่ร.พ. เขา พนมด้วย คาดว่าจะเพียงพอในการดูแลสถานการณ์ที่อ.เขาพนม

นายกฯดูอ่างเขาพนมแตก

วันเดียวกัน เวลา 12.30 น. ที่ขส.ทบ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พร้อมด้วย นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล และนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางโดยเที่ยวบินพิเศษ ลงพื้นที่จ.กระบี่ เพื่อตรวจดูจุดดินถล่ม หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม และให้กำลังใจญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจเยี่ยมและแจกถุงยังชีพ ที่วัดถ้ำโกบ อ.เขาพนม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะของนายอภิสิทธิ์ มาถึงสนามบินกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าฯ กระบี่ บรรยายสรุปสถาน การณ์อุทกภัยของจังหวัด และรายงานยอดผู้เสียชีวิต 6 ราย จากเหตุโคลนถล่มที่เขาพนม รวมถึงกรณีผบ.ทบ.มอบเงินอุดหนุนซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายหลังละ 3 หมื่นบาท และขอเงินจากกาชาดช่วยหลังละ 2 หมื่น และของบประมาณปี 2555 จำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อทำแนวเขตป่าเขาพนม ป้องกันดินโคลนถล่ม


มอบเงินช่วยเหยื่อดินถล่ม
นายกฯ กำชับผู้ว่าฯ ให้เตือนภัยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงให้ประชาชนรับทราบ และให้รีบอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน เพราะประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เคยประสบภัยจะนึกสถานการณ์ไม่ออก และธรรมชาติจะไม่ยอมออกจากพื้นที่เพราะเป็นห่วงบ้าน ดังนั้นต้องเตือนให้คำนึงถึงความปลอดภัยก่อนอื่น

จากนั้น คณะนายกฯ ออกเดินทางไปยัง ต.หน้าเขา อ.เขาพนม และเดินสำรวจพื้นที่ที่ยังเต็มไปด้วยโคลนและซากต้นไม้ จากนั้นเดินทางไปที่วัดถ้ำโกบ หมู่ 2 ที่เป็นศูนย์อพยพเพื่อเยี่ยมประชาชน และมอบเงินให้กับญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท


น้ำท่วมซ้ำรพ.มหาราชนครศรีฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 03.00 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนหน้า ร.พ.มหาราช นครศรีธรรมราช สูง 30-50 ซ.ม. รถไฟผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องนำกระสอบทรายมากั้นประตูเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปในบริเวณโรงพยาบาล โดยมีนายณัฐวุฒิ ภารพบ รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรม ราช เดินทางมาสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทา สาธารณภัยเทศบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เร่งนำกระสอบทรายมาปิดที่หน้าโรงพยาบาลเพิ่มอีก เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะทะลักเข้าไปภายในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามรอบโรงพยาบาลมีน้ำท่วมสูง 50-70 ซ.ม. น้ำทะลักเข้าไปท่วมบ้านเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งในเขตเทศบาลนครนครศรี ธรรมราชที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 3-4 วันที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำในตรอกซอกซอยต่างๆ ของเขตเทศบาลนั้นอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะถ.พัฒนา การคูขวาง ตั้งแต่สี่แยกคูขวางไปจนถึงสามแยกนาหลวงระยะกว่า 6 ก.ม. มีน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้

ระลอก 2 ขึ้นจากเกาะเต่า
วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.กองทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่รับนักท่องเที่ยวชุดที่สอง ซึ่งเรือหลวงสุโขทัยไปรับจากเกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 125 คน ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยจัดรถโดยสารปรับอากาศ และรถขสมก.มารอรับ นำไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ และเมืองพัทยา

ส่วนเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย เรือหลวง แกลง และเรือตรวจการณ์ 91 เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ยังติดค้างบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี อีกประมาณ 400-500 คน และจะกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือจุกเสม็ด ในวันที่ 1 เม.ย.


ไปตัดปาล์มจมน้ำดับ
วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ร.ต.อ.ฉัตรชัย นวลจริง ร้อยเวรสภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต ที่หมู่ 15 ต.นาพญา ไปตรวจสอบพบน้ำท่วมสูง 80 ซ.ม. ใต้ต้นปาล์มพบศพนายจรัญ ขนุนอ่อน อายุ 38 ปี สภาพศพขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว จึงนำศพไปชันสูตรที่ร.พ.หลังสวน แพทย์ลงความเห็นว่าจมน้ำตาย สอบสวนทราบว่า นายจรัญบอกกับเจ้าของสวนปาล์มว่าจะออกไปตัดปาล์มเมื่อ 3-4 วันก่อนแล้วหายไป คาดว่าระหว่างนั้นเกิดน้ำหลากทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว


วอนช่วย 17 ชาวประมง
เวลา 14.30 น. กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหลายสิบคน ในพื้นที่หมู่ 9 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร เข้าร้องเรียนต่อทางราชการว่า มีชาวประมงพื้นบ้านในต.สวนแตง 20 คน ออกทะเลวางลอบดักหมึก บริเวณทะเลหน้าอ่าวละแม ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. แล้วไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ ขณะนี้ไม่มีอาหารกินมานานถึง 5 วันแล้ว อีกทั้งไม่มีเสื้อผ้าใส่ ต้องนอนตากลมตากฝนอยู่บนเกาะอ่างทองกลางทะเล ห่างจากฝั่งร่วม 50 ก.ม. ติดต่อกันได้เฉพาะตอนที่ชาวประมง ดังกล่าวโทร.เข้ามาขอความช่วยเหลือเท่านั้น อีกทั้งยังมีชาวประมงที่อายุยังน้อยได้รับบาดเจ็บ และเริ่มมีอาการป่วยบ้างแล้ว จึงขอความช่วยเหลือด้วย


น้ำพัดติดยอดปาล์มสูญ 1
ร.ต.ท.วิทยา จงไกรจักร ร้อยเวรสภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งมีคนถูกน้ำป่าพัดจมหายไป 4 คน ที่หมู่ 10 ต.สิชล อ.สิชล ให้ช่วยออกติดตามด้วย จึงระดมกำลังและชาวบ้านส่วนหนึ่ง ไปยังที่เกิดเหตุบนถนนสายสิชล-สุราษฎร์ ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกรากรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่กำลังออกค้นหาอยู่นั้นได้ยินเสียงร้องให้ช่วยออกมาจากสวนปาล์ม จึงนำเรือออกไปดูพบ 3 คนแม่ลูกคือ นางเปลี่ยว คงนาคา อายุ 40 ปี และลูกชาย 2 คน อายุ 8 ขวบ และ 12 ปี ติดอยู่บนยอดปาล์มจึงช่วยนำขึ้นเรือออกมายังที่ปลอดภัย

จากการสอบถามนางเปลี่ยวทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวขับรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ ทะเบียน ปท-7129 จันทบุรี มาจาก จ.จันทบุรี โดยมีนายวรรณยุต มานะจิต อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 14 ต.คลองนาราย อ.เมือง จ.จันทบุรี สามี เป็นผู้ขับ จะไปทำบุญบิดาของนายวรรณยุตที่บ้าน ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อขับรถมาถึงหน้าบริษัทโตโยต้านครศรีธรรมราช สาขาสิชล มีรถจอดอยู่หลายสิบคัน เนื่อง จากน้ำท่วมถนนสูงและน้ำเชี่ยวกราก แต่นายวรรณยุตเห็นรถสิบล้อขับออกไป จึงตัดสินใจขับตามไปด้วย เมื่อมาได้สักพักเครื่องยนต์ดับ จึงปีนออกมานอกหน้าต่างและเดินกลับมายังฝั่งที่ไม่มีน้ำขณะนั้นน้ำได้กระชากคนทั้ง 4 จมตกลงไปในน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ซึ่งตนและลูกสามารถขึ้นมาอยู่บนต้นปาล์มได้ ส่วนสามีหายไปและยังไม่พบตัว


สาวท้องนบพิตำดับ 1
เวลา 17.00 น. พล.ต.เดชา กิ่งวงศา รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายพรชัย กังสนันท์ ปลัดจังหวัดนครศรีฯ พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปยัง อ.นบพิตำ พร้อมลำเลียงเสบียงอาหารเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น และมีการขนย้ายเด็กและคนเจ็บและศพของนางสมใจ รัตนแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/8 หมู่ 2 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ ออกมาจากพื้นที่ โดยวันที่ 1 เม.ย. จะมีการนำเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ มาขนย้ายคนใน อ.นบพิตำ โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้า ซึ่งวันนี้ได้เข้าไปประสานกับชาวบ้านให้มารวมกันในจุดที่กำหนดไว้ 5 จุด และจะมีการเข้าไปลำเลียงออกมา นอกจากนี้มีผู้หญิงท้องแก่จมน้ำเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายด้วย


ตชด.รุดช่วย 3 หมู่บ้านนครศรีฯ
เวลา 17.00 น. ร.ต.ท.ขวัญชัย มายะเฉียว ผบ.มว.กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นำเจ้าหน้าที่ตชด.เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ที่ถูกโคลนถล่มจากภูเขา หมู่ 13 และหมู่ 15 ต.เทพราช และหมู่ 10 ต.ฉลอง อ.สิชล ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 หมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องติดอยู่ในพื้นที่อยู่เป็นเวลานาน กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ และอพยพออกจากหมู่บ้านซึ่งอยู่ในเชิงเขา เบื้องต้นกำลังตชด.มอบถุงยังชีพเป็นการเบื้องต้น และอพยพชาวบ้านกว่า 400 คน ไปอาศัยที่หมู่ 8 ต.เสาเภา อ.สิชล เนื่องจากบริเวณที่ดินโคลนถล่ม ไฟฟ้าถูกตัดมา 2-3 วันแล้ว ไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ กระทั่งมาเกิดดินโคลนถล่มดังกล่าว


ควายทะเลน้อยตายกว่าร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุงว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน และสัตว์เลี้ยงเริ่มขาดอาหารและหญ้า เนื่องจากแปลงหญ้าจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานและเน่าเสีย ล่าสุดควายของเกษตรกรทะเลน้อย อ.ควนขนุน ตายลงจำนวนมาก

นายพัน จงบุรี ชาวบ้านบ้านทะเลน้อย ต.พะนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กล่าวว่า ตนเลี้ยงควายปล่อยให้ดำน้ำหากินในทะเลสาบมานานแล้ว และเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมสูงในพื้นที่พัทลุง และมีลมแรงน้ำทะเลหนุน ทำให้ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงปล่อยไว้ในทะเล 2,000 ตัว ไม่มีที่หลบภัยและไม่สามารถดำน้ำกินหญ้าได้ ทำให้หมดแรงถูกกระแสน้ำพัดพาลอยตายหลายตัว ล่าสุดพบว่าเหลืออยู่ 100 ตัวเท่านั้น และขณะนี้ได้ต้อนฝูงควายไปอยู่บนถนน และไปดำน้ำตัดหญ้าใต้น้ำนำมาเลี้ยงควายวันละ 2 ลำเรือ

ส่วนกรณีด.ช.กิตติยศ เกาะทองคำ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 5 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถูกกระแสน้ำพัดหายลงไปในลำคลอง ทางหน่วยกู้ภัยพัทลุงการกุศลมูลนิธิ ได้งมหาศพขึ้นมาได้แล้ว โดยลอยน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร


กระบี่ยืนยันตาย 5 หาย 5
นายวิสุทธิวงศ์ อนันตพงศ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าทีมชุดค้นหาผู้สูญหายกรณีน้ำและดินโคลนถล่มเขาพนม เปิดเผยว่า หลังจากระดมเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ ซึ่งเต็มไปด้วยดินโคลนและเศษซากไม้ที่ปรักหักพักทับถมจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เบื้องต้นหยุดค้นหาเวลา 16.00 น. เนื่อง จากในพื้นที่ไม่มีไฟส่องสว่าง มีตัวเลขยืนยัน ชัดเจนอีก 5 รายที่เหลือในวันที่ 1 เม.ย. ต่อไป

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ยืนยันแล้ว 5 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย แต่ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยทำให้ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ไม่ประสงค์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยได้ขอกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวที่ศูนย์อพยพทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ อ.เขาพนม เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่าเมื่อได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว


นบพิตำ 9 พันคนติดบนเขา
นายสุรเชษ แก้วมี รองนายกอบต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า อ.นบ พิตำเดือดร้อนอย่างหนักมี 13 หมู่บ้าน ไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้นาน 4 วันแล้ว เนื่องจากสะพานขาด มีชาวบ้าน 9,000 คน เดือดร้อน โดยเฉพาะต.กรุงชิงหมู่ 1-11 และ ต.นบพิตำ หมู่ 2,7 เดือดร้อนไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ทางเดียวเท่านั้น วันนี้ท้องฟ้าเปิด เฮลิคอปเตอร์ของทหารนำอาหารแห้งมาแจกให้กับประชาชนที่เดือดร้อน และช่วยนำผู้ป่วยหลายคนรวมทั้งผู้หญิงท้องแก่ไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ในต.นบพิตำ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นแม่และลูกสาว ถูกน้ำพัดหายไปศพแม่พบแล้วแต่ลูกสาวยังไม่เจอ

ด้านนายนิกร พ่วนอุ้ย อายุ 39 ปี กล่าวว่า ภรรยาชื่อน.ส.ชลธิรา ทองเกิด อายุ 23 ปี ท้องแก่ถึงกำหนดคลอด แต่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ เนื่องจากถนนถูกน้ำกัดคอสะพานขาด มาเป็นเวลา 4 วันแล้ว ไฟฟ้าก็ดับ วันนี้ภรรยาเจ็บท้องอย่างรุนแรงใกล้คลอด จำเป็นต้องขอขึ้นเครื่องบินทหาร เพื่อให้ไปส่งที่โรงพยาบาลนบพิตำ คิดว่าหากท้องฟ้ายังปิดต่อไปอีกสองสามวันชาวบ้านจะเดือดร้อนเพิ่มขึ้น เพราะการช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบากเพิ่มขึ้น


ตาปี-พุมดวงถล่มสุราษฎร์ฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานีได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากมีน้ำจากแม่น้ำสายหลัก 2 สาย ไหลบ่าเข้าท่วมใน 8 อำเภอ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยสายแรกเป็น แม่น้ำตาปี ไหลจาก อ.ฉวาง จ.นครศรี ธรรมราช เข้าสู่พื้นที่ อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ผสมกับมีน้ำจากคลองสินปุน จ.กระบี่ ไหลมาลงที่ อ.พระแสง อ.เวียงสระ และเคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และลงพื้นที่ด้านล่างเข้าท่วม อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม และอ.พุนพิน

ส่วนอีกสาย คือ แม่น้ำพุมดวง ซึ่งมีต้นน้ำจากเขื่อนรัชชประภา ไหลลงมาท่วม อ.บ้านตา ขุน อ.คีรีรัฐนิคม อ.พุนพิน ซึ่ง อ.พุนพิน จะรับน้ำจากทั้งสองทาง ทำให้เสียหายอย่างหนัก ก่อนจะไหลลงทะเล ที่อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ความเสียหายของบ้านเรือนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำทั้งสองสายนี้ประมาณ 10,000 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ถนนทุกสายที่เข้าตัวเมืองสุราษฎร์ ธานีไม่สามารถสัญจรไปมาได้ สะพานหลายแห่งถูกกระแสน้ำตัดขาด โดยเฉพาะสะพานยาวบนถนนสายสุราษฎร์ธานี-กระบี่ ถูกน้ำซัดคอสะพานจนพื้นยุบตัวลง เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง ส่วนที่โรงพยาบาลท่าโรงช้าง ต.ท่าโรงช้าง เวลาประมาณ 20.20 น. มีน้ำเข้าท่วมสูงประมาณ 50-100 ซ.ม. ทำให้ต้องอพยพผู้ป่วย 51 คน เพื่อไปไว้ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ ธานี แต่ประสบปัญหาไม่มีทางไป ซึ่งต้องรอการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakF4TURRMU5BPT0%3D§ionid=TURNd01RPT0%3D&day=TWpBeE1TMHdOQzB3TVE9PQ%3D%3D
นสพ.ข่าวสดออน์ไลน์ 1 เมษายน 2554