วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ปิดม่าน คนโขน

บทความนี้คัดมาจาก นสพ.มติชนออนไลน์
บันทึกไว้เพื่อการศึกษา
...............

"ศรัณยู" เปิดใจในเฟซบุ๊ก โอดรายได้ "คนโขน" น้อยกว่าขีดต่ำสุดที่ประเมินไว้ วอน "พธม." เหมาโรงดู วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 10:00:00 น.
Share3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.56 น. ของวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดง-ผู้กำกับชื่อดัง และหนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่นที่ 2 ได้เขียนบทความ "ปิดม่าน คนโขน" ลงเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจาก "คนโขน" ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขากำกับ ลงโรงฉายมาได้สามสัปดาห์ ทว่าเก็บรายได้ไปไม่มากนัก

โดยบทความของศรัณยูมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

----------


ปิดม่าน คนโขน


"ปาฏิหารย์ไม่มีจริง ทุกสรรพสิ่งมีผลมาจากเหตุและปัจจัย"

จั่วหัวไว้อย่างนี้ พี่น้องคงพอเดาได้ ว่าเนื้อหาบรรทัดต่อๆ ไปของบทความนี้จะเคลื่อนตัวไปในแนวไหน
กว่าสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมทุ่มเททั้งชีวิตให้กับภารกิจทุกอย่างที่เจ้าของหนังคนหนึ่งพึงกระทำได้
นับตั้งแต่เปิดตัวประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่ามีหนังเรื่อง คนโขน รออยู่ในโรงฉาย
ชักชวน อ้อนวอนคนรู้จักมากมายให้พากันมาดูหนังเรื่องนี้


ผมแอบฝันเล็กๆว่า หากมีพี่น้องพันธมิตร ซึ่งไม่ต้องถึงกับทั้งหมดหรอกครับ
เอาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเท่าที่มี พร้อมใจกันมาดูหนังเรื่องนี
รายได้ของหนังก็จะทะลุเกินเป้าที่นายทุนตั้งความหวังไว้แล้ว...
นายทุนเองยังพลอยยิ้ม เห็นด้วยกับความฝันของผมเลย

แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่!!!


ผมเพิ่งกลับจาก บ.สหมงคลฟีล์ม เพิ่งเปิดบัญชี ดูตัวเลขรายได้ทั้งหมดที่เก็บได้จนถึงรอบเมื่อกี้
ทุกคนตกใจ มันน้อยเกินกว่าระดับต่ำสุดที่เราประเมินไว้เสียอีก...น้อยจริงๆครับ
อย่าให้ผมบอกตัวเลขเลย ผู้ที่คอยลุ้นคอยให้กำลังใจผมตลอดมาจะพลอยหดหู่ใจกันเปล่าๆ
แต่คนที่อยู่ฟากฝั่งตรงข้ามหากเห็นตัวเลขนี้เข้า ก็คงจะสมน้ำหน้า ว่าสมแล้วหละมึง...

ถ้าจะบอกว่าผมไม่เสียใจ ก็คงจะเป็นการโกหกตัวเองเกินไป
เพียงแต่ว่าภายใต้ความชอกช้ำใจครั้งนี้ มันได้บอกอะไรกับผมหลายต่อหลายอย่าง
ในส่วนของตัวงานภาพยนตร์ ผมคิดว่าผมมาถูกทางแล้ว
เพราะเกือบทุกคนที่ดูคนโขน ต่างพากันชื่นชมในคุณค่าของงาน
ในมุมมองที่ต่างๆ กัน ตามแต่รสนิยมในการรับรู้ของแต่ละคน


จะมีบ้างบางมุม ที่เห็นต่างกันไป หรือมีบางมุมที่ไม่ชอบ ขัดใจ เช่นชะตากรรมของตัวละครในตอนจบ
ซึ่งผมถือว่านี่คือเสียงตอบรับที่ดี ที่ตัวหนังได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์เชิงสร้างสรรค์
ไม่ใช่ตั้งใจชม หรือตั้งใจเชียร์แบบไม่ลืมหูลืมตา


นักข่าวอาวุโสหลายท่านต่างเขียนชมภาพยนตร์เรื่อง "คนโขน" นี้กันไม่น้อย
ล่าสุดคอลัมน์ ซูม ในนสพ.ไทยรัฐฉบับเมื่อเช้านี้ (13 ก.ย. 2554) ก็กล่าวชมยาวทั้งคอลัมน์
บนความเสียดายของคุณซูมที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ช้าไป


ในส่วนของกำลังใจจากพี่น้องพธม.นั้น ผมพูดอะไรไม่ออก
น้ำตามากมายของผมหยดลงบนบันทึกก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
คำว่าขอบคุณนับล้านคำ นับล้านครั้ง ก็ยังไม่เท่าน้ำใจไมตรีที่พี่น้องมอบให้กับหนังของผม


ผมได้รู้ว่า "เท่าที่ผมเป็น เท่าที่ผมมี"
มันยังไม่เพียงพอที่จะให้ผมยืนหยัดอยู่ในอาชีพนี้ได้ ในระดับของโอกาส ที่เท่าเทียมกับคนอื่นในสังคม
ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่ท้อหรอกครับ

ผมจะสู้ต่อไป ในอาชีพของผม ด้วยต้นทุนเท่าที่ผมมี
ผมยังหวังว่า สักวันหนึ่งคุณค่าของงานที่ได้สร้างไว้ในวันนี้คงจะมีโอกาสเข้าถึงการรับรู้ของผู้ชม
ด้วยรูปแบบของสื่อที่ต่างกันออกไป
เช่นจากแผ่น DVD ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแท้หรือแผ่นผี หรือถูกฉายในช่องฟรีทีวี
หรือแม้แต่ในวงสนทนาของผู้ที่ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็ดีใจแล้วครับ


พรุ่งนี้ วันพุธที่ 14 กันยายน 2554 ก็จะเป็นวันสุดท้าย ที่หนัง "คนโขน" จะได้ฉายในโรงภาพยนตร์
ไม่มีโรงไหนยอมฉายหนังเรื่องนี้ต่อไปหรอกครับ ในเมื่อแต่ละรอบมีคนดูไม่เกินหลักสิบ
ผมไม่โทษโรงภาพยนตร์เลย ออกจะเห็นใจเขาด้วยซ้ำ


แต่ก็ยังดีที่กระทรวงวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของงานที่เหมาะแก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา
ยังดีที่บ.ไทยประกันชีวิต และ ธอส. ก็เห็นคุณค่านี้ด้วย
จึงเอื้อเฟื้อค่าใช้จ่ายในการเหมาโรงฉายให้นักเรียน หลากหลายโรงเรียนได้เข้าชมฟรี
โดยแจ้งความจำนงมาที่กระทรวง


ณ วันนี้ มีรอคิวอยู่แล้วประมาณ 20 โรงเรียน เรียงกันไปจนถึงอาทิตย์หน้า

ฉะนั้นหากพี่น้องท่านใด อยากดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการสั่งลา

ก็ทำได้ด้วยการรวมตัวกันประมาณ 100 คนขึ้นไป นัดหมายกันไปซื้อตั๋วดูรอบเดียวกัน


โรงภาพยนตร์ก็จะเปิดรอบนั้นฉายให้เป็นกรณีพิเศษเป็นรอบๆ ไป
ซึ่งพี่น้องสามารถเลือกโรงที่สะดวก เดินทางง่าย โรงใดก็ได้
แต่ต้องแจ้งมาที่ผมก่อน หรือจะผ่านทาง ASTV มายังผมก็น่าจะได้
ผมจะได้ติดต่อเหมาโรงล่วงหน้าให้ในทันที

คิดเล่นๆ อีกสักครั้ง ฝันเล่นๆ อีกสักครา
หากพี่น้องพธม. พร้อมใจ รวมตัวกันมา เหมาโรงเหมารอบดูกันเอง
ไม่ต้องทั้งหมดของพธม.หรอกครับ

เอาแค่ซักครึ่งหนึ่งของจำนวนพวกเราที่มี


วิกฤตของผมครั้งนี้ ก็จะพลิกฟื้น ต่อชีวิตขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

อนิจจา..."ปาฎิหารย์คงไม่มีจริง เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนมีผลมาจากเหตุ และ ปัจจัย"

กราบคารวะน้ำใจของพี่น้องทุกท่านอีกสักครั้ง บนบทความว่าด้วยเรื่อง คนโขน ชิ้นสุดท้ายชิ้นนี้

เพราะรู้ว่า อ้อมแขนอันโอบอุ่นของพี่น้อง ยังคงประคองผมอยู่

จะมากจะน้อยแค่ไหน หากไม่ตาย ผมคงได้ทดแทนคุณครับผม


ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
๑๓ กันยายน ๒๕๕๔



...........................................................

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316011737&grpid=01&catid=08&subcatid=0801
บันทึกไว้เพื่อศึกษา