วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ





นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

       การศึกษาจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ประชาชนที่เข้มแข็งและมีความรู้ คือทุนที่มีพลังในการต่อสู้กับความยากจน ต้องมุ่งการกระจายประโยชน์อย่างเท่าเทียมและต้องมองประชาชนที่ลำบากเพื่อจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน การศึกษาคือกุญแจสำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นที่จำเป็นในการทำให้ความยากจนกลายเป็นอดีต ในการพัฒนาการศึกษาเน้นปรัชญา“ความเท่าเทียม"และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทุกคนทุกพื้นที่ ดังนี้     

1.จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทุกคน คำว่า เยาวชน คือเด็กตั้งแต่อนุบาล จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เยาวชนต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกันทุกแห่ง ไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ไม่ว่าจะเป็นโดยรัฐหรือเอกชน การประกอบอาชีพเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ รัฐบาลประกันรายได้ 300 บาทต่อคนต่อวัน 

2.ปั้นนักศึกษาไทยให้เป็นมืออาชีพ คำว่า นักศึกษา คือ อุดมศึกษา อาชีวศึกษา หรือสูงกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นไป    นักศึกษาจบแล้วต้องเป็นมืออาชีพ   พร้อมกับรัฐบาลประกันรายได้  ปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือน  โดยกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนและนักศึกษาเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่ทันสมัย   มีทักษะหลากหลาย  มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้และอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมบนฐานความรู้ 
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          
4 ด้านของการขยายโอกาสทางการศึกษา 


1. โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร  สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสามารถได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม เนื่องจากความเป็นเลิศมักอยู่ในเมือง แต่นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในชนบทและมีฐานะยากจน รัฐบาลจึงมีโครงการ เช่น
v โครงการ One Tablet per Child เด็กไทยฉลาดต้องมี Tablet PC ถือไปโรงเรียน จะดำเนินการแจก Tablet PC ให้เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไปโรงเรียน ให้มีสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ฟรี ในที่สาธารณะ
v สร้างห้องการเรียนรู้  ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีครูมาเปิดสอนพิเศษ (โดยให้รัฐจ่ายค่าจ้างให้) แก่นักเรียนประถมศึกษา โดยติดตั้งซอฟแวร์การศึกษาและ e-Book ซึ่งจะมาแทนหนังสือเรียนตามปกติ ทำให้เกิด e-Learning เพื่อสร้าง Knowledge-based Society
v โครงการ e-Education  พัฒนาโปรแกรมและเนื้อหาที่จะพลิกโฉมโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตและส่งเสริมการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ระบบการศึกษาที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง
v โครงการโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในฝันสู่อุดมศึกษาชั้นยอด  ให้มีคณะกรรมการโรงเรียน (School Board) ที่สามารถจัดจ้างคุณครูใหญ่และครูที่มีความสามารถเป็นเลิศ สามารถอำนวยความสะดวกแก่นักเรียน เช่น หอพัก     รถโรงเรียน จักรยาน ฯลฯ
v โครงการพลังครู  พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ขยายโอกาส ด้วยการอบรมคุณธรรม    ทำบัญชีครัวเรือน ปรับโครงสร้างหนี้ นำหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ และเพิ่มรายได้พิเศษให้เพียงพอ และขยายโอกาสใหม่ ๆ
v โครงการศูนย์การศึกษานานาชาติ

v หนึ่งโรงเรียนหนึ่งพยาบาล  เพื่อดูแลเด็ก ๆ และสามารถสอนหนังสือได้ด้วย

vโรงเรียนตัวอย่างในทุกอำเภอ  พัฒนาศักยภาพของโรงเรียนให้เป็นเลิศ โดยใช้การติดต่อสื่อสารด้วยวิทยาการที่ทันสมัย

               2. โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน  นักเรียนสามารถเข้าเรียนได้โดยที่ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องมีความกังกลในเรื่องทุนการศึกษา รัฐบาลจึงมีโครงการ เช่น
v Smart Card  เพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน
v โครงการเรียนก่อนผ่อนทีหลัง  ส่งคืนเมื่อมีรายได้ (Income Contingency Loan Program)
v ทุนการศึกษาสานฝันนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศ  (โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน)
v กองทุนตั้งตัวได้  ประชาชนชาวไทยจะต้องตั้งตัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี คนอยากตั้งตัวมักไม่รู้ว่าจะตั้งตัวอย่างไร แต่คนที่จะตั้งตัวมักไม่มีทรัพย์สินติดตัว การที่จะทำให้ตั้งตัวได้ก็คือ ตั้งกองทุนในมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ตั้งกรรมการมาควบคุม ประกอบด้วย อาจารย์ ศิษย์เก่า ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ตัวแทนภาครัฐ และเอกชน เราใช้แนวคิดนี้ เพราะที่มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนักเรียนที่กำลังจะจบ องค์ความรู้อยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งหมด การเป็นนักธุรกิจที่มีฐานความรู้ได้เปรียบกว่า จึงสร้างผู้ประกอบการได้มากกว่า

               3. โอกาสในการเพิ่มพูนและฝึกฝนทักษะ  นักเรียนทุกคนสามารถเติบโตได้ในโลกที่เป็นจริงการเรียนรู้บนการทำกิจกรรม (Activity-Based Learning)
v ส่งเสริมอาชีวศึกษา  ให้มีความสำคัญมากขึ้น มีความรู้ทางปฏิบัติอย่างแท้จริง เป็นมืออาชีพ
v ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix-It Center) ตั้งเป้าหมายให้มีเพียงพอ เพื่อให้ บริการทุกชุมชน เป็นโครงการที่ใช้ประโยชน์จากทักษะของนักเรียนอาชีวศึกษาเพื่อให้บริการซ่อมราคาประหยัดแก่ประชาชนในชุมชน
v โครงการอัจฉริยะสร้างได้  ให้นักเรียนค้นหาความถนัดของตนเอง ในทุก ๆ สาขา
v โครงการ 1 ดนตรี 1 กีฬา 2 ภาษา  สนับสนุนให้เยาวชนได้มีความสามารถที่จะเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อความเป็นเลิศทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ วิชาภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ต้องอยู่ในบรรยากาศของเจ้าของภาษาให้มากที่สุด วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จะต้องสร้างพื้นฐานในแข็งแกร่ง
v ปรับปรุงหลักสูตร  เลิกการท่องจำ ใช้การเรียนรู้เนื้อหาวิชาที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้เหมือนกัน เช่น ผ่าน Video Link รวมถึงมีการวัดผลที่มีมาตรฐานทันสมัย
v คนไทยที่อายุ 25 ปีขึ้นไปสามารถเทียบประสบการณ์ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้  สามารถเรียนในเวลาและนอกเวลา เพื่อให้ทันโลก และทันลูกหลาน

v สถาบันการศึกษาราชภัฎและอาชีวศึกษา  ค้นหาตัวเอง ให้รู้ว่าเก่งด้านไหน ส่งเสริมอาชีวศึกษา ให้มีความสำคัญมากขึ้น มีความรู้ทางปฏิบัติอย่างแท้จริง เป็นมืออาชีพ จากนั้นเปิดให้ประชาชนไปพัฒนาเพิ่มเติมทักษะด้านต่าง ๆ ตามที่ต้องการตามความถนัด เรียนก่อนผ่อนทีหลัง หลังจากทำงานแล้วค่อยผ่อนใช้
v จัดศูนย์ฝึกอบรม  จะจัดศูนย์ฝึกในอาชีวศึกษา ให้ประชาชนเข้าไปเรียนรู้เรื่องที่สนใจ พัฒนาทักษะให้คนไทยเป็นผู้ชำนาญในสาขาต่าง ๆ ใช้ระบบเรียนก่อน ผ่อนทีหลัง

               4. โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ (โดยใช้ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ ศูนย์วัฒนธรรมต่าง ๆ)
v โครงการ Internet ตำบล และ Internet หมู่บ้าน (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนค้นหาความถนัดของตนเอง เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อการต่อยอดในสิ่งที่ต้องการทำและสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนวิชาชีพ
v สถานที่รวมกลุ่มอย่างสร้างสรรค์แก่เด็กวัยเรียน  โดยมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ มี วายฟาย (Wi-Fi) ให้ มีครูที่จะสอนการบ้าน