วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

MOU กับรัฐบาลจีน ซื้อแท็บเล็ต 9 แสนเครื่อง




ครม.เห็นชอบทำ MOU กับรัฐบาลจีน ซื้อแท็บเล็ต 9 แสนเครื่อง ใช้เงิน 1.6 พันล้านบาท แทนจัดซื้อแบบจีทูจี สพฐ.ชงขอแท็บเล็ตล็อตแรกถึงไทยหลังลงนาม 15 วัน อย่างต่ำ 2 พันเครื่อง หรือเป็นไปได้ขอให้ได้ 5 หมื่นเครื่อง ตั้งเป้านำมาใช้อบรมวิทยากรแกนนำถ่ายทอดเทคนิคการใช้แท็บเล็ตพัฒนาการเรียนการสอนให้ครู

วันนี้ (20 มี.ค. 2555) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ไทยทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท จากประเทศสาธารณประชาชนจีน แทนแผนเดิมที่กำหนดจัดซื้อแท็บเล็ตจากจีนในระบบ Goverment To Goverment หรือ จีทูจี นั้นจริงๆ แล้ว ก็เป็นไปตามเจตนารมณ์เริ่มต้นแต่แรกของ 2 ประเทศอยู่แล้ว รัฐบาลไทยและจีนได้ลงนามความร่วมมือกันเมื่อปลายปี 2554 ใน 4 เรื่อง คือ รถไฟความเร็วสูง พลังงานทดแทน ท่าเรือน้ำลึก และแท็บเล็ต ซึ่งในส่วนของแท็บเล็ตนั้น รัฐบาลจีนจะช่วยเหลือให้ไทยสามารถจัดหาเครื่องแท็บเล็ตที่มีคุณภาพ ตามสเปกที่ไทยต้องการและในราคาต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“ การเปลี่ยนมาทำ MOU จัดซื้อแท็บเล็ตกับรัฐบาลจีนแทนการจัดซื้อแบบจีทูจี นั้นไม่ได้มีข้อแตกต่างอะไรกันมาก ในเรื่องของเงื่อนไขความรับผิดชอบเท่านั้น รัฐบาลจีนยังคงยื่นมือมาช่วยให้ไทยได้เครื่องแท็บเล็ตที่มีคุณภาพในราคาประหยัด โดยรับภาระจะไปเจรจากับผู้ผลิตแท็บเล็ตในประเทศให้ เพียงแต่การทำสัญญาซึ่งจะผูกผันความรับผิดชอบนั้น ก็ต้องสอดคล้องกับระบบของทั้ง 2 ประเทศ” นายชินภัทร กล่าวและว่า หลังจากมีการลงนามใน MOU กับรัฐบาลจีนแล้ว คาดว่า แท็บเล็ตล็อตแรกจะมาถึงไทยภายใน 15 วัน เบื้องต้นเจรจาให้จัดส่งล็อตแรกจำนวน 2,000 เครื่อง แต่อาจขอเพิ่มเป็น 50,000 เครื่อง เพราะ สพฐ.ต้องการนำแท็บเล็ตล็อตนี้ไปใช้ในการอบรมพัฒนาวิทยากรแกนนำสำหรับถ่ายทอด เทคนิคการใช้แท็บเล็ตประกอบการเรียนการสอนให้ครู ตามแผนที่วางไว้ จะมีการอบรมสร้างวิทยากรระดับเทพออกมา 100 คน จากนั้นวิทยากรระดับเทพจะไปขยายผลสร้างวิทยากรแกนนำอีก 1,000 คน ให้แล้วเสร็จในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้วิทยากรแกนนำไปถ่ายทอดความรู้ เทคนิคการใช้แท็บเล็ตประกอบการเรียนการสอนให้ศึกษานิเทศก์และครูจำนวน 15,000 คน ในช่วงต้นเดือน พ.ค.


นายชินภัทร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คาดว่า แท็บเล็ตล็อต 2 จะมาถึงช่วงเปิดภาคเรียนแล้ว และจะทยอยมาเรื่อยๆ ประมาณ 3 ล็อตใหญ่ๆ แต่ท้ายสุด โรงเรียนทุกแห่งจะได้รับแท็บเล็ตทันใช้แน่นอน เพราะโดยธรรมชาติของการเรียนการสอนชั้น ป.1 นั้น ช่วง 1 เดือนแรกจะเป็นการปรับสภาพนักเรียนอนุบาลให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับประถมศึกษา ยังไม่มีการเรียนเนื้อหามากนัก อย่างไรก็ตาม ในการเข้าพบนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รายงานความพร้อมของการดำเนินการ ซึ่งนายกฯให้ข้อแนะนำว่า แท็บเล็ตควรเป็นอุปกรณ์ที่นักเรียนสามารถนำติดตัวไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ในทุกเวลา เพราะฉะนั้น ในแท็บเล็ตต้องมีเนื้อหาส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก ป.1 เช่น การเรียนรู้ตัวอักษร พยัญชนะ การคัดลายมือ ฝึกกล้ามเนื้อ การวาดรูป รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เพราะฉะนั้น สพฐ.จะมีการส่งเสริมการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่จะนำมาใช้กับแท็บเล็ต โดยแบ่งแผนการดำเนินการเป็น 3 ระยะ 3 เดือนแรก จะเป็นการส่งเสริมให้ครูรู้จักการใช้สื่อ E-Content ที่มีอยู่ และ Learning Object ของ สพฐ.อีก 336 เรื่อง ส่วน 3 เดือนต่อไป จะเป็นการส่งเสริมให้ครูพัฒนาสื่อขึ้นมาเอง โดยผ่านการประกวดแข่งขัน สื่อดีๆ จะได้รับการคัดเลือกให้อัปโหลดไปอยู่ใน Edu-Store ของ สพฐ.ซึ่งครูผู้พัฒนาสื่อดังกล่าวขึ้นก็จะได้เครดิตไป และผลงานตรงนี้จะมีผลต่อการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะของเจ้าตัวด้วย สำหรับ 3 เดือนสุดท้าย จะเป็นช่วงเวลาของการขยายผล ส่งเสริมให้ครูใช้สื่อต่างๆ ที่ สพฐ.และครูพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมากที่สุด โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จจากผลสัมฤทธิ์นักเรียนทีดีขึ้น การเรียนรู้เนื้อหาต่างๆ ทำได้เร็วขึ้น.