วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ความเห็นบางกลุ่มต่อ "แท็บเล็ต"




ความเห็นบางกลุ่มกับ "แท็บเล็ต"

          โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

          แนวคิดการแจกคูปองเงินสด 3,000 บาท ให้เด็กซื้อเครื่องแท็บเล็ตเอง แทนหน่วยราชการจัดซื้อเครื่องมาให้กับเด็กชั้น ป.1 และ ม.1 ใช้ สะท้อนความล้มเหลวของนโยบายแท็บเล็ตของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โพสต์ทูเดย์รวบรวมสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การจัดซื้อ เนื้อหา ความเหมาะสม แจกแจงให้ดูอีกครั้ง


          ความเหมาะสม
          ตั้งแต่ไอเดียแจกแท็บเล็ตให้นักเรียน ป.1 เริ่มขึ้น และถูกประกาศเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ คำถามแรกคือเรื่องความเหมาะสม ซึ่งมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีงานวิจัยและเสนอแนะว่าควรจะแจกให้กับเด็กที่อยู่ในชั้นที่โตกว่าป.1 เพราะการแจกนักเรียนใน ป.1 อาจก่อให้เกิดปัญหากระทบต่อสุขภาพและบุคลิกภาพของนักเรียน ซึ่งอยู่ในวัยที่ซึมซับการเรียนรู้จากสิ่งที่อยู่รอบตัว


          การจัดซื้อ
          แม้การจัดซื้อแท็บเล็ตล็อตแรก 8.6 แสนเครื่อง เป็นไปอย่างราบรื่น คณะกรรมการจัดซื้อท็บเล็ตมีมติเลือก บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ เสนอราคาขายแท็บเล็ตเครื่องละ 81 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,400 บาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านการพิจารณา แต่การจัดซื้อครั้งนั้นก็ยังมีความคลุมเครือเรื่องการซื้อผ่านรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลจีน เพราะกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงสัญญาจีทูจีและเคยมีการออกมาให้ข่าวจากกระทรวงไอซีทีว่ารัฐบาลจีนเลือกรายชื่อ 4 บริษัท คือ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ, ทีแอลซี คอร์เปอเรชัน, ไฮเออร์ เทคโนโลยี และหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ให้ไอซีทีเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น


          ขณะที่การจัดซื้อในปี 2556 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นหน่วยงานที่จัดซื้อเองทั้งสิ้น 1.6 ล้านเครื่อง ภายใต้วงเงิน 4,600 ล้านบาท สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 นักเรียนชั้น ม.1 และครู โดยเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อเป็นการจัดซื้อแบบ “อีออกชัน” แทน รวมถึงให้แบ่งรูปแบบการจัดซื้อออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซน 1 ป.1 ภาคกลางและภาคใต้ โซน 2 ป.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โซน 3 ม.1 ภาคกลางและภาคใต้ และโซน 4 ม.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือและครู บริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง ชนะการประมูลในโซน 1 และโซน 2 ส่วน บริษัท จัสมิน เทเลคอมซิสเต็มส์ ชนะการประมูลโซน 4 โดยทั้งสองบริษัทได้ทำสัญญาจัดซื้อแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทจะต้องจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตงวดแรกภายหลังเซ็นสัญญา 35 วัน


          ที่เป็นปัญหาคือ โซน 3 ที่บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชัน (ไทยแลนด์) ชนะการประมูล แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีความเห็นว่าการประมูลของโซน 3 ไม่เป็นธรรมในการแข่งขันและควรได้ราคาต่ำกว่านี้ สพฐ.จึงยกเลิกการประมูลในโซนนี้ โดยรอผลการอุทธรณ์ที่บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชัน ยื่นต่อกรมบัญชีกลาง

          ประเด็นเรื่องนี้ คือ หากการประมูลในโซน 3 กลายเป็นคดีฟ้องร้อง ก็กระทบการจัดซื้อในโซนนี้ที่จะจะล่าช้าตามไปด้วย นักเรียนที่จะได้รับแจกอาจจะต้องรอไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยในระหว่างนี้จะมีปัญหาอื่นซ่อนตัวอยู่ เช่น เรื่องความล้าหลังของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และภาวะสุญญากาศไม่มีอุปกรณ์ให้เด็กในโซนนี้ ซึ่งอาจจะมีการร้องเรียนเรื่องความเหลื่อมล้ำตามมา ฯลฯ



          เนื้อหา          หากเปิดแท็บเล็ต ป.1 แล้วพลิกดูเนื้อหาซึ่งยังเป็นระบบออฟไลน์ พบว่า ประกอบด้วยอีบุ๊กที่แปลงเนื้อหาในหนังสือเดิมจาก 5 กลุ่มสาระ และเป็นอีเลิร์นนิง หรือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีจำนวน 336 บท รวมถึงส่วนที่เป็นแอพพลิเคชันที่เป็นทั้งแบบฝึกหัด แบบทดสอบ เช่น การคัดลายมือ วาดภาพระบายสี ข้อสอบต่างๆ เกมการเรียนรู้ ทั้งหมดประมาณ 50 แอพพลิเคชัน ป.2 ก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะแอพพลิเคชันสำหรับการเรียนรู้ ถูกวิจารณ์ว่าค่อนข้างน่าเบื่อ สพฐ.จึงได้จัดประกวดแอพพลิเคชันขึ้น โดยระบุว่าสิ้นสุดระยะเวลาการประกวดไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่การประกวดซึ่งมีการระบุอีกว่า มีผลงานที่ส่งเข้าร่วมถึง 2,250 ชิ้นงาน ก็เงียบหายไปจนแทบจะไม่เป็นข่าว

          ความเป็นเจ้าของ
       ขณะที่แท็บเล็ต ป.1 จำนวน 8.6 แสนเครื่องที่แจกไปแล้ว โรงเรียนทั่วประเทศประกาศชัดว่า ให้นักเรียนนำแท็บเล็ตกลับบ้านได้ โดยเรียกประชุมผู้ปกครองเข้ามาทำเอ็มโอยูก่อนเปิดโอกาสให้ยืมเครื่องแท็บเล็ตกลับบ้านได้ เอ็มโอยูที่โรงเรียนจัดทำขึ้น ระบุว่า ผู้ปกครองที่ยืมแท็บเล็ตจะต้องดูแลเหมือนเป็นทรัพย์สินตัวเอง หากแท็บเล็ตที่ยืมไปเกิดสูญหาย ชำรุด ผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายตามราคาของแท็บเล็ตรวมถึงต้องคืนในสภาพปกติเมื่อสิ้นสุดการยืม แท็บเล็ต มีสถานะเหมือนเอกสารยืมครุภัณฑ์จากโรงเรียนทั่วๆ ไป แน่นอนที่สุด กรณีนี้ส่งผลให้ผู้ปกครองไม่กล้าลงชื่อยืมแท็บเล็ตกลับบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อย


          โรงเรียนต้องดูแลแท็บเล็ตในฐานะที่เป็นครุภัณฑ์ของโรงเรียนไปจนกว่าจะครบกำหนด 3 ปี ก่อนที่จะมอบให้เป็นสมบัติของเด็กไปในที่สุด แต่ในระหว่างนี้เอง แท็บเล็ตซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์ที่ตกรุ่น เป็นอุปกรณ์ที่ผู้ปกครองอาจจะไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินชดใช้ หรือซ่อมหลังหมดประกัน เพราะมองว่าไม่คุ้มค่า และราคาแท็บเล็ตสเปกเดียวกันราคาจะตกลงหรือราคาถูกกว่าราคาชดใช้ที่แต่ละโรงเรียนตั้งไว้ในปัจจุบัน

          ที่มา: http://www.posttoday.com
                     10  ตค.56

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

TK Park มอบแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาไทย บรรจุในแท็บเล็ต OTPC


TK Park มอบแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาไทย บรรจุในแท็บเล็ต OTPC

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับมอบแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาไทย เพื่อบรรจุลงในแท็บเล็ต  จากสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ฯ (สอร.) หรือ TK Park โดยมี ดร.สิริกร  มณีรินทร์ ประธานอนุกรรมการบริหารสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ และกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ เป็นผู้มอบ เมื่อวันที่ กันยายน 2556 ณ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ (MOC)

 

     ดร.สิริกร  มณีรินทร์ กล่าวว่า สอร.มีภารกิจสำคัญ คือการส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วประเทศ และมีบทบาทสำคัญในฐานะ Innovator and Content Provider ซึ่งมีการพัฒนาองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม โดยเฉพาะสื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ และพร้อมให้การสนับสนุนตามนโยบายการปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ ใน 3 ด้านได้แก่ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นตามหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อบรรจุลงในแท็บเล็ต ของโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (OTPC)จำนวน 20 รายการ การส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั่วประเทศ ในโครงการ "Read Thailand : อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน" และการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตหลากหลายรูปแบบ

สำหรับ "การพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อบรรจุลงในแท็บเล็ตของกระทรวงศึกษาธิการ (OTPC)" เพื่อต้องการให้เป็นสื่อ การอ่านและการเรียนรู้ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 โดย สอร.ได้เริ่มพัฒนาแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นปี 2556 ซึ่งคัดสรรมาจากสื่อการเรียนรู้หลากหลาย โดยผ่านการวิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาสื่อการเรียนรู้ และทำงานร่วมกับ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาโดยตลอด ก่อนจะนำมาดัดแปลงให้เป็นแอพพลิเคชั่นจำนวนทั้งสิ้น 20 รายการ
 สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ส่งมอบในวันนี้ มี 2 ประเภท ได้แก่

 ประเภทที่หนึ่ง แอพพลิเคชั่นหนังสือเสียง เป็นนิทานภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงอ่านแบบคาราโอเกะ เกมฝึกทักษะและคำถามท้ายบททบทวนความจำ มีจำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) ดอกสร้อยสุภาษิต บทอาขยานสอนอ่านของไทยสมัยก่อน ที่เชื่อมโยงความงดงามของภาษาและคุณค่าความเป็นไทยสู่เด็กยุคปัจจุบัน 2) กระต่ายสามพี่น้อง จากชุดสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีเนื้อหาเน้นปลูกฝังคุณธรรมความสามัคคีและความขยันขันแข็ง

ประเภทที่สอง แอพพลิเคชั่นเครื่องดนตรีไทย 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดนตรีไทย สามารถกดฟังเสียงเพลงบรรเลงและเสียงโน้ต เครื่องดนตรีบางชนิดสามารถกดเล่นฟังเสียงแบบโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ สร้างสรรค์เนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีไทย จำนวน 18 รายการ ได้แก่ จะเข้ ซอด้วง ซออู้ กลองสะบัดชัย ขิมเจ็ดหย่อง ขิมเหล็ก ขิมหลอด ฉิ่ง ฉาบ อังกะลุง เป็นต้น โดยคุณสุธี แสงเสรีชน มีส่วนร่วมในการผลิตผลงานด้านดนตรีทั้งสองประเภท

           ทั้งนี้ สอร.มี Content อยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น แผนในปี 2557 จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบสาระท้องถิ่น 2-3 ภาษา และร่วมกับ NECTEC พัฒนารูปแบบการใช้งานสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้บกพร่องทางการเรียนรู้ด้วยโปรแกรม e-Pub 3 ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กและเยาวชนในระบบโรงเรียนทั่วประเทศ


 
 
 

        รมว.ศธ. กล่าวแสดงความขอบคุณ สอร.ที่ช่วยผลิตแอพพลิเคชั่นสำหรับแท็บเล็ต เป็นเรื่องที่ ศธ.ให้ความสำคัญ เพื่อต้องการส่งเสริมให้มีการพัฒนา Content สำหรับแท็บเล็ตให้มีมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ยังมีความต้องการแอพพลิเคชั่นที่มีมาตรฐานอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนวิชาต่างๆ อย่างได้ผล ช่วยให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ดังนั้นสื่อที่จะบรรจุลงในแท็บเล็ตจะมีส่วนช่วยเสริมในหลักสูตรการเรียนรู้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น และกระทรวงศึกษาธิการยินดีที่จะสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆผลิตแอพพลิเคชั่นที่มีมาตรฐาน
***************************************************************************  

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
http://www.moe.go.th/websm/2013/sep/294.html

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21




การปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21

โรงแรมรามาการ์เด้นส์ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการเสวนา "การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21" เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 โดยมีนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และนักเรียน เข้าร่วมจำนวน150 คน
     รมว.ศธ.กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications Technology :ICT) ทางการศึกษา เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการอบรมพัฒนาครูได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งช่วยลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกล ตลอดจนแก้ปัญหาการขาดแคลนครู โดย ศธ.ได้มีการใช้ ICT เพื่อจัดการเรียนการสอนมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเครื่องมือต่างๆ ผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย มีอุปกรณ์เครื่องมือตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ้ก แล้วก็มาเป็นแท็บเล็ตหรือเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น iPad โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาเนื้อหาที่จะใช้กับการเรียนแบบComputer-based Learning คือ การเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรืออยู่ในสื่อต่างๆ ทำให้เด็กหรือผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่จำกัด
       ในส่วนของการสร้างและพัฒนาเครือข่าย ขณะนี้ ศธ.ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้เครือข่าย ICTมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมในหลายเรื่อง เช่น เครื่องมือแท็บเล็ต และที่สำคัญคือเนื้อหา ซึ่งไม่ได้หมายความเฉพาะการแปลงเนื้อหาในหนังสือเป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่หมายถึงคุณภาพของแบบเรียน แบบฝึกหัด แบบทดสอบ เพื่อให้ครูนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างไร นอกจากนี้ในปัจจุบันทั่วโลกได้ศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาสื่อรูปแบบต่างๆ จำนวนมาก และประเทศไทยก็มีการพัฒนาสื่อที่หลากหลาย และมีการหลั่งไหลของสื่อการเรียนการสอนในลักษณะต่างจะทำอย่างไรที่จะสร้างมาตรฐานสื่อการเรียนการสอนให้เกิดขึ้

สรุปประเด็นจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาในครั้งนี้
  • การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนของสถานศึกษา ทั้งคอมพิวเตอร์ประจำห้องปฏิบัติการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ศูนย์ข้อมูล Data Center และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการศึกษา
  • การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบูรณาการโครงข่าย MOENet และ NEdNet ให้เป็นโครงข่ายเดียว โดยใช้ชื่อว่า OBEC-NET เพื่อเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาและวิจัย โดยเชื่อมต่อกับโรงเรียนต่างๆ กับศูนย์ข้อมูลของ สพฐ. OBEC Data Center
  • การพัฒนาเนื้อหาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Contentsเพื่อพัฒนาไปสู่รูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ และรูปแบบ Applications และ e-Book
  • การปรับเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ICT เน้นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันเน้นพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนด้วยแท็บเล็ตในชั้น ป.1 และขยายการพัฒนาไปสู่ชั้นเรียนอื่นๆ ต่อไป


จากการรับฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในช่วงครึ่งวันเช้า มีสาระสำคัญ ดังนี้
การผลิตสื่อ ขณะนี้ ศธ.ผลิตสื่อแล้วใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบออฟไลน์ 5 วิชา คือ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ชั้น ป.1-ป.3 จำนวน 2,310 บทเรียนย่อย ม.1-ม.3 จำนวน 1,020 บทเรียนย่อย มีแอพพลิเคชั่นสำหรับแท็บเล็ต ชั้น ป.2 วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 400 เรื่อง กำลังพัฒนา ป.2 ป.3 ใน 5 วิชา อีก 1,100 เรื่อง
- การวิจัยผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่ใช้แท็บเล็ต ปี 2554-2555 ของศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า นักเรียน ป.1 ภาษาไทย คะแนนเพิ่มขึ้น 56.82% คณิตศาสตร์ 55.45% วิทยาศาสตร์ 56.14% สังคมศึกษา 52.95% ภาษาอังกฤษ 62.05% ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์เพิ่มสูงสุดในบรรดาวิชาต่างๆ ศิลปะ 53.64% การงานพื้นฐานอาชีพ 54.55% สุขศึกษา 57.27% นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้แท็บเล็ตมีข้อดี คือ เด็กสนุกสนาน มีแรงจูงใจในการเรียน ช่วยให้เด็กที่เรียนรู้ช้า (LD) มีพัฒนาการดีขึ้น และในวิชาภาษาอังกฤษ เด็กเรียนรู้การฟัง การออกเสียงจากเจ้าของภาษา และผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ในส่วนที่เป็นปัญหา พบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เหมือนหนังสือเรียน และยังไม่มีการประเมินหรือสะท้อนผลการใช้แท็บเล็ตแก่ผู้ผลิต ปัญหาด้านเทคนิคเกี่ยวกับตัวเครื่อง เครื่องร้อน แบตเตอรี่หมดเร็ว ระบบสัมผัสหน้าจอช้า (ทัชสกรีน) แตะแล้วไม่ไป การไม่มีแท็บเล็ตสำหรับครูทำให้ขาดทักษะด้านการสอนด้วยแท็บเล็ต รวมทั้งปัญหาด้านเครือข่ายซึ่งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เช่น ภาคใต้ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
- การพัฒนาสื่อและเนื้อหา  สพฐ.ได้ให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังศึกษาสื่อและเนื้อหาที่ใส่ในแท็บเล็ต พบว่า มีเนื้อหาที่ครอบคลุมและมีองค์ความรู้ในการจัดการ สร้าง พัฒนาสื่อที่ดีพอสมควร โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการผลิตเพื่อเพิ่มจำนวนครูเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครูคือ คณะครุศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มีความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการศึกษาเป็นอย่างดี และได้ผลิตครูเทคโนโลยีการศึกษาไว้แล้วจำนวนประมาณ 1 หมื่นคน แต่ยังมีปัญหาเรื่องอัตรากำลัง และที่สำคัญคือใบประกอบวิชาชีพ ที่จะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนต่อไปว่า ครูเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ควรจะมีจำนวนเท่าใดในแต่ละโรงเรียน
ทั้งนี้ จะต้องพัฒนาครูให้มีทักษะการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งที่ประชุมเสนอให้มีการจัดเสวนาใหญ่ระหว่างผู้ผลิต และผู้ใช้ อาจจะหมายถึง ครู นักเรียน และผู้ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และนำไปสู่การพัฒนา คาดว่าจะจัดให้มีขึ้นตามข้อเสนออย่างแน่นอน
 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ยกประเด็นการสร้างและพัฒนาสื่อว่า ผู้ที่จะสร้างและพัฒนาสื่อควรจะมาจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ใช้สื่อ เช่น ครู นักเรียน ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน และมีข้อเสนอว่า ควรจะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาสำหรับใช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศ เพื่อจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

- การกำหนดมาตรฐานทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลิตสื่อการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตร เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการใช้สื่อการเรียนการสอนและการใช้ ICT เพื่อการศึกษา เพราะปัจจุบันเป็นในโลกที่มีข้อมูลข่าวสาร ความรู้มากมายไม่มีขีดจำกัด เด็ก ผู้เรียนและครูสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น กว้างขวางขึ้น จะต้องกำหนดว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อต่างๆ เช่น แอพพลิเคชั่น ควรจะมีเนื้อหาอย่างไร เชื่อมโยงกับหลักสูตรเพียงใด และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกหลักสูตรได้อย่างไร  ทั้งนี้จะต้องมีระบบในการสร้างมาตรฐาน คัดกรองและวิจัย พัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป
- การจัดทำแผนและยุทธศาสตร์ ICT เพื่อการศึกษา  สิ่งสำคัญคือ ศธ.ต้องมียุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมการผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาสมัยใหม่ ที่มีมาตรฐาน ทันโลก และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศ ทั้งในด้านการกำหนดเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหลักสูตร ส่งเสริมการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีขีดจำกัดจากทั่วโลก หมายความว่า ให้มีความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ในหลักสูตร กับการเรียนรู้ด้วยตนเอง สิ่งที่ ศธ.ได้ดำเนินการเป็นพื้นฐานที่ดีที่จะก้าวไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ ICT เพื่อการศึกษาและการปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21

ขอขอบคุณที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผลงานวิจัยการใช้ Tablet ชั้น ป.1 ปี 2555



สรุปผล
ความสำเร็จของการใช้ Tablet  เพื่อยกระดับการเรียนการสอน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ปี 2555

งานวิจัยผลการใช้ Tablet ชั้น ป.1 จำนวน 7500 โรงเรียน
และคุณครู จากโรงเรียนมากกว่า 500 โรงเรียนทั่วประเทศ

1.ความสำเร็จของโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย
     - ครูผู้สอน  75.5%   พบว่านักเรียนเรียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น
     - นักเรียน   62.7%   มีความสามารถเขียนสื่อความและจับใจความในระดับใช้ได้
     - นักเรียน   61.7%   เขียนภาษาอังกฤษในระดับใช้ได้
     - นักเรียน   52.1%   พออ่านภาษาอังกฤษได้แต่ยังต้องพัฒนา

2.ทัศนคตินักเรียน
      96.7 % รู้สึกว่าแท็บเล็ตมีประโยชน์
          - 81.3% เห็นว่าแท็บเล็ตใช้ง่าย
          - 97.6% ชอบแท็บเล็ต

3.ทัศนคติครู    
       - ครู 92.5% ชอบใช้แท็บเล็ตในการสอน
     - ครู 94.9% รู้สึกว่าแท็บเล็ตมีประโยชน์หลายอย่าง
     - ครู 94.8% พบว่าแท็บเล็ตสนับสนุนและกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียน




วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บทบาทของคุณครู ชั้น ป.2 ในการใช้ Tablet เพื่อยกระดับการเรียนการสอน



บทบาทของครูผู้สอน ชั้น ป.2 ในการใช้ Tablet เพื่อยกระดับการเรียนการสอน 

1.ด้านเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนรู้

1.1
ศึกษาแนวทางการใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) จากคู่มือ
1.2
เข้ารับการอบรมปฏิบัติการใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) 
1.3
ปรับหลักสูตรสถานศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์พกพา(Tablet)
ต่อยอดจาก ชั้น ป.1
1.4
จัดตารางเรียนให้เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา(Tablet)
1.5
จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
1.6
จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) ตามที่กำหนด 
โดยบูรณาการกับแผนการจัดการเรียนรู้ของคุณครู/โรงเรียนที่มีอยู่ 
1.7
ใช้แผนการจัดการเรียนรู้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) โดยปรับให้เหมาะสมกับห้องเรียนและผู้เรียน

  2.
 ด้านสภาพแวดล้อม
2.1
 จัดสภาพห้องเรียนที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) โปร่ง โล่ง สว่าง
2.2
จัดเตรียมต่ออุปกรณ์ปลั๊กไฟฟ้าอุปกรณ์ชารต์ไฟอย่างเพียงพอ และ ปลอดภัย
2.3
จัดทำ ป้ายนิเทศ ,แผนพับ, วีดิโอ ฯลฯ เพื่อการประชาสัมพันธ์การใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet)
2.4
จัดทำแนวทางการปฏิบัติการใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet)  ของห้องเรียน (ข้อตกลงของห้องเรียน)

3.
ด้านกิจกรรมการเรียนรู้(Activities)
3.1
เตรียมการและเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ Tabletไว้ล่วงหน้า
3.2
จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามแผนการสอน และแนวทางการใช้ Learning Object (LO)
ที่สพฐ.จัดทำให้  (สำหรับในช่วงแรกที่ยังไม่ได้รับแผนฯจาก สพฐ. ให้คุณครูจัดทำเองบูรณาการกับแผนฯที่มีอยู่ และดูแนวทางจากแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ Tablet ของชั้น ป.1 ที่ได้รับแจก

3.3
จัดทำหน่วยใหม่สำหรับการสอน Learning Object (LO) เพิ่มเติมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีอยู่
3.4
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ Tablet   โดยบูรณาการในแผนการจัดการเรียนรู้ปกติที่สอนอยู่เป็นประจำ
3.5
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Learning Object เป็นสื่อเสริมความรู้ และพัฒนาทักษะของผู้เรียน
3.6
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Learning Object  ใช้เป็นบทเรียนสำหรับให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง       เช่น สืบหาความรู้  ออกแบบนำเสนอผลงาน  ทดสอบความรู้  เป็นต้น
3.7
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ฝึกปฏิบัติและร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนตามกิจกรรมที่กำหนด
3.8
การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนเพื่อช่วยในการ เรียนรู้ Learning Object  ใน Tablet
3.9
การมีปฏิสัมพันธ์/การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียนและนักเรียนในการเรียนรู้ Learning Object
3.10
มีการช่วยเหลือนักเรียนในการเรียนรู้ Learning Object /คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet) เป็นรายบุคคล
3.11
มีการสรุปผลการจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่าง นักเรียน และครูผู้สอน
3.12
มีการประเมินผลก่อนเรียน ระหว่างเรียนเพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เรียนและมีการประเมินหลังเรียน
3.13
ใช้เครื่องมือและวิธีการตรวจสอบประเมินผลการเรียนรู้ที่เหมาะสม
3.14
ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนรายบุคคลเพื่อการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน
ในการใช้ Learning Object 
3.15
 จัดการสอนซ่อมเสริมรายบุคคลให้กับผู้เรียนที่ไม่ผ่านผลการประเมินการจัดการเรียนรู้
3.16
จัดกิจกรรมการสอนนอกห้องเรียนเพื่อส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์พกพา (Tablet)


"เราจะก้าวไปด้วยกันในวันนี้   อุปสรรคมีหรือไม่ ? ใช่คำถาม
หากมั่นคงและมานะพยายาม  เรา(ทุกคน)จะก้าวข้ามปัญหาสารพัน"
...ส่งกำลังใจเกินร้อย..ฝากคุณครูที่รักทุกท่านนะคะ.."


สำหรับวิชาภาษาไทย..คุณครูจะพบปัญหาอย่างแน่นอน..ลองสัมผัสก่อนนะคะ..
เรียนรู้ด้วยตัวเอง คือเป้าหมาย (ยังไม่เฉลยค่ะ)


*****************************


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุนทรียสาธก..กับคุณครู ชั้น ป.2 วันเสาร์ที่ 13 ก.ค.56 @ โมเดิร์น สันกำแพง


 สุนทรียสนทนา&สุนทรียสาธก
 [ Dialogue & Appreciative Inquiring ]


1.ทบทวนคำว่า "ภควัตภาพ"
2.ทบทวนผลของการเรียนรู้ 2 วันที่ผ่านมา
3.พบกับครูแอ..ร.ร.ปริ้นสรอยแยลส์วิทยาลัย (Video) 
4.แผนการสอน..จะเขียนอย่างไร ? (ก็ สพฐ.ยังไม่แจก)
     4.1ไม่เขียน..สอนตามบทเรียนที่อยู่ใน Tablet 
     4.2ไม่เขียน..ดูแนวจากแผน ป.1 เนื้อหาก็ว่าตามคู่มือ ป.2 
     4.3ไม่เขียน..แต่จะปริ้นท์แผน ป.1 มา เอาปากกาแดงขีด 
           เนื้อหาป.1 ออก เอาเนื้อหา ป.2 เขียนลงแทน  สอนตามนั้น
     4.4 ไม่เขียน..แต่จะปริ้นท์แผน ป.1 มา เอาปากกาแดงขีดจุด
           ประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหา ป.1 ออก เอาจุดประสงค์
           (ตามตัวชี้วัด)และเนื้อหาป.2 เขียนลงแทน สอนตามนั้น
     4.5 ไม่เขียน..แต่จะปริ้นท์แผน ป.1 มา เอาปากกาแดงขีดจุด
           ประสงค์การเรียนรู้เนื้อหาและวิธีสอน .1 ออก เอาจุด
           ประสงค์(ตามตัวชี้วัด)เนื้อหาและวิธีสอน(เขียนเอง) ป.2 
           เขียนลงแทน  สอนตามนั้น
     4.6 ไม่เขียน..แต่จะปริ้นท์แผนป.1 มาแล้วเขียนจุดประสงค์การ
           เรียนรู้, เนื้อหา,วิธีสอน, วิธีวัดและประเมินผล ของชั้น ป.2 
          ใส่แทน สอนตามนั้น
     4.7 เขียนเองทั้งหมด..เพื่อเด็ก
     4.8 เขียนเองทั้งหมด..เพื่อเด็ก และ เราสามารถเก็บไว้พัฒนางาน
           ของตนเอง
     4.9 เขียนเอง..โดยบูรณาการกับแผนการจัดการเรียนรู้ของชั้นเรียน
           ที่มีอยู่เิดิม ที่เป็นของโรงเรียน
    5.บทบาทของครูผู้สอน..หลังการอบรม 





แหล่งข้อมูล
1.คู่มือครู (แจกปีที่แล้ว..ตามดูนะคะ Print ไว้ใช้)
2.การวิเคราะห์ LO ทั้ง 6 สาระ  (แจกปีที่แล้ว..หากไม่เจอ จะวางใหม่    ที่ e-paperless สพป.ชม.1, Facebook แล้ว link มาที่นี่)
3.แผนการสอน ป.1 ครบ
4.แผนการสอน ป.2 นิดๆ จิ๊บๆ (สองสัปดาห์เอง)