วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21




การปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21

โรงแรมรามาการ์เด้นส์ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการเสวนา "การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21" เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 โดยมีนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และนักเรียน เข้าร่วมจำนวน150 คน
     รมว.ศธ.กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communications Technology :ICT) ทางการศึกษา เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการอบรมพัฒนาครูได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งช่วยลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกล ตลอดจนแก้ปัญหาการขาดแคลนครู โดย ศธ.ได้มีการใช้ ICT เพื่อจัดการเรียนการสอนมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเครื่องมือต่างๆ ผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย มีอุปกรณ์เครื่องมือตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ้ก แล้วก็มาเป็นแท็บเล็ตหรือเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น iPad โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาเนื้อหาที่จะใช้กับการเรียนแบบComputer-based Learning คือ การเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรืออยู่ในสื่อต่างๆ ทำให้เด็กหรือผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่จำกัด
       ในส่วนของการสร้างและพัฒนาเครือข่าย ขณะนี้ ศธ.ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้เครือข่าย ICTมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมในหลายเรื่อง เช่น เครื่องมือแท็บเล็ต และที่สำคัญคือเนื้อหา ซึ่งไม่ได้หมายความเฉพาะการแปลงเนื้อหาในหนังสือเป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่หมายถึงคุณภาพของแบบเรียน แบบฝึกหัด แบบทดสอบ เพื่อให้ครูนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างไร นอกจากนี้ในปัจจุบันทั่วโลกได้ศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาสื่อรูปแบบต่างๆ จำนวนมาก และประเทศไทยก็มีการพัฒนาสื่อที่หลากหลาย และมีการหลั่งไหลของสื่อการเรียนการสอนในลักษณะต่างจะทำอย่างไรที่จะสร้างมาตรฐานสื่อการเรียนการสอนให้เกิดขึ้

สรุปประเด็นจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินการพัฒนา ICT เพื่อการศึกษาในครั้งนี้
  • การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอนของสถานศึกษา ทั้งคอมพิวเตอร์ประจำห้องปฏิบัติการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ศูนย์ข้อมูล Data Center และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการศึกษา
  • การพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบูรณาการโครงข่าย MOENet และ NEdNet ให้เป็นโครงข่ายเดียว โดยใช้ชื่อว่า OBEC-NET เพื่อเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาและวิจัย โดยเชื่อมต่อกับโรงเรียนต่างๆ กับศูนย์ข้อมูลของ สพฐ. OBEC Data Center
  • การพัฒนาเนื้อหาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Contentsเพื่อพัฒนาไปสู่รูปแบบสื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ และรูปแบบ Applications และ e-Book
  • การปรับเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ICT เน้นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันเน้นพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนด้วยแท็บเล็ตในชั้น ป.1 และขยายการพัฒนาไปสู่ชั้นเรียนอื่นๆ ต่อไป


จากการรับฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในช่วงครึ่งวันเช้า มีสาระสำคัญ ดังนี้
การผลิตสื่อ ขณะนี้ ศธ.ผลิตสื่อแล้วใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบออฟไลน์ 5 วิชา คือ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ชั้น ป.1-ป.3 จำนวน 2,310 บทเรียนย่อย ม.1-ม.3 จำนวน 1,020 บทเรียนย่อย มีแอพพลิเคชั่นสำหรับแท็บเล็ต ชั้น ป.2 วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 400 เรื่อง กำลังพัฒนา ป.2 ป.3 ใน 5 วิชา อีก 1,100 เรื่อง
- การวิจัยผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่ใช้แท็บเล็ต ปี 2554-2555 ของศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า นักเรียน ป.1 ภาษาไทย คะแนนเพิ่มขึ้น 56.82% คณิตศาสตร์ 55.45% วิทยาศาสตร์ 56.14% สังคมศึกษา 52.95% ภาษาอังกฤษ 62.05% ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์เพิ่มสูงสุดในบรรดาวิชาต่างๆ ศิลปะ 53.64% การงานพื้นฐานอาชีพ 54.55% สุขศึกษา 57.27% นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้แท็บเล็ตมีข้อดี คือ เด็กสนุกสนาน มีแรงจูงใจในการเรียน ช่วยให้เด็กที่เรียนรู้ช้า (LD) มีพัฒนาการดีขึ้น และในวิชาภาษาอังกฤษ เด็กเรียนรู้การฟัง การออกเสียงจากเจ้าของภาษา และผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ในส่วนที่เป็นปัญหา พบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เหมือนหนังสือเรียน และยังไม่มีการประเมินหรือสะท้อนผลการใช้แท็บเล็ตแก่ผู้ผลิต ปัญหาด้านเทคนิคเกี่ยวกับตัวเครื่อง เครื่องร้อน แบตเตอรี่หมดเร็ว ระบบสัมผัสหน้าจอช้า (ทัชสกรีน) แตะแล้วไม่ไป การไม่มีแท็บเล็ตสำหรับครูทำให้ขาดทักษะด้านการสอนด้วยแท็บเล็ต รวมทั้งปัญหาด้านเครือข่ายซึ่งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เช่น ภาคใต้ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
- การพัฒนาสื่อและเนื้อหา  สพฐ.ได้ให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังศึกษาสื่อและเนื้อหาที่ใส่ในแท็บเล็ต พบว่า มีเนื้อหาที่ครอบคลุมและมีองค์ความรู้ในการจัดการ สร้าง พัฒนาสื่อที่ดีพอสมควร โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการผลิตเพื่อเพิ่มจำนวนครูเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตครูคือ คณะครุศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มีความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการศึกษาเป็นอย่างดี และได้ผลิตครูเทคโนโลยีการศึกษาไว้แล้วจำนวนประมาณ 1 หมื่นคน แต่ยังมีปัญหาเรื่องอัตรากำลัง และที่สำคัญคือใบประกอบวิชาชีพ ที่จะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนต่อไปว่า ครูเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ควรจะมีจำนวนเท่าใดในแต่ละโรงเรียน
ทั้งนี้ จะต้องพัฒนาครูให้มีทักษะการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งที่ประชุมเสนอให้มีการจัดเสวนาใหญ่ระหว่างผู้ผลิต และผู้ใช้ อาจจะหมายถึง ครู นักเรียน และผู้ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และนำไปสู่การพัฒนา คาดว่าจะจัดให้มีขึ้นตามข้อเสนออย่างแน่นอน
 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ยกประเด็นการสร้างและพัฒนาสื่อว่า ผู้ที่จะสร้างและพัฒนาสื่อควรจะมาจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ใช้สื่อ เช่น ครู นักเรียน ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน และมีข้อเสนอว่า ควรจะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาสำหรับใช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศ เพื่อจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

- การกำหนดมาตรฐานทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลิตสื่อการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตร เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการใช้สื่อการเรียนการสอนและการใช้ ICT เพื่อการศึกษา เพราะปัจจุบันเป็นในโลกที่มีข้อมูลข่าวสาร ความรู้มากมายไม่มีขีดจำกัด เด็ก ผู้เรียนและครูสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น กว้างขวางขึ้น จะต้องกำหนดว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อต่างๆ เช่น แอพพลิเคชั่น ควรจะมีเนื้อหาอย่างไร เชื่อมโยงกับหลักสูตรเพียงใด และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกหลักสูตรได้อย่างไร  ทั้งนี้จะต้องมีระบบในการสร้างมาตรฐาน คัดกรองและวิจัย พัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป
- การจัดทำแผนและยุทธศาสตร์ ICT เพื่อการศึกษา  สิ่งสำคัญคือ ศธ.ต้องมียุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมการผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาสมัยใหม่ ที่มีมาตรฐาน ทันโลก และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศ ทั้งในด้านการกำหนดเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหลักสูตร ส่งเสริมการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีขีดจำกัดจากทั่วโลก หมายความว่า ให้มีความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ในหลักสูตร กับการเรียนรู้ด้วยตนเอง สิ่งที่ ศธ.ได้ดำเนินการเป็นพื้นฐานที่ดีที่จะก้าวไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ ICT เพื่อการศึกษาและการปฏิรูปการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21

ขอขอบคุณที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ